Tag Archives: hair

Review: Mod’s Hair แบรนด์ดูแลเส้นผมสุดฮิตจากญี่ปุ่น บินมาถึงไทยแล้วจ้า

22 Jan

แฟชั่นทรงผม สีผมต่างๆที่เราได้รับแรงบันดาลใจมาส่วนมากก็มาจากฝั่งญี่ปุ่นค่ะ
ตอนที่เรียนอยู่ที่ญี่ปุ่นเนี่ย สนุกสนานกับการทำสี การแต่งทรงมากๆ
เพราะช่วงนั้นได้โอกาสเป็น Hair Model ของซาลอนที่โน่นด้วย ก็เลยได้สิทธิ์ทำผมฟรีอยู่บ่อยๆ
ผลิตภัณฑ์ที่โด่งดังทั้งในซาลอนและตามร้านค้าต่างๆก็มีไม่กี่แบรนด์ค่ะ
และแน่นอนว่า 1 ในแบรนด์ดังในด้านการดูแลและจัดแต่งทรงผม
ของญี่ปุ่นนั่นก็คือ Mod’s Hair และในวันนี้ก็อยากหยิบมาให้เพื่อนๆได้รู้จักกัน

ครั้งแรกที่เราได้รู้จักกับ Mod’s Hair ก็เมื่อ 5 ปีที่แล้วค่ะ ดูเหมือนจะนานใช่มั้ยคะ
แต่จริงๆแล้วเนี่ย Mod’s Hair เริ่มมีมาตั้งแต่ปี 1968 ที่ปารีส และก็มาโด่งดังในญี่ปุ่น
ตั้งแต่ปี 1978 ก่อนเราเกิดตั้งเกือบสิบปีแน่ะ ประวัติยาวนานจริงๆ

Mod’s Hair เนี่ยนอกจากที่เป็นผลิตภัณฑ์แล้ว ก็ยังมีซาลอนเป็นของตัวเองด้วย
เราเคยเข้าไปใช้บริการอยู่ครั้งนึง ทุกอย่างโปรมาก และในครั้งนั้นก็ได้ลองใช้ผลิตภัฑ์ต่างๆ
ทั้ง Hair care และ Hair styling ซึ่งเราชอบนะ ไม่แพงมาก แต่ใช้ดีเกินราคา
ด้าน Hair styling เนี่ย เราชอบมาก และชอบฝากเพื่อนญี่ปุ่นซื้อมาบ่อยๆ เพราะไม่แพง
และเพื่อนก็พอจะหิ้วมาให้ได้ แต่พวกแชมพูกับครีมนวดต่างๆ ก็คงต้องหาร้านที่รับหิ้ว
เพราะมันหนักจริงๆ

แต่ช่วงปลายปีนี้ mod’s hair มีการปรับโฉมครั้งใหญ่ค่ะ เรียกได้ว่าเปลี่ยนลุคไปเลย
จากเดิมที่เรารู้จัก mod’s ก็จะเป็นแนวโปรๆ ดูเรียบง่าย
แต่ตอนนี้กลายเป็นแบรนด์สุดชิค เปรี้ยวจี๊ดไปซะแล้ว เพื่อนที่ซื้อมาฝากเราบ่อยๆก็ยังบอก
ตอนแรกก็เดินหาของอยู่หาไม่เจอ แหม…เปลี่ยนลุคนี่เอง
จากเดิมแพคเกจขาวๆ กลายมาเป็นสีจี๊ดๆหมดเลยค่า

นอกจากแพคเกจที่เปลี่ยนใหม่หมด สีสันโดนใจวัยรุ่นญี่ปุ่น รวมทั้งสาวไทยอย่างเราด้วย
ตอนนี้พรีเซนเตอร์คนใหม่ก็เปิดตัวไปเรียบร้อย เป็นนางแบบสาวที่เราชอบอยู่ด้วยล่ะ
Mitsuki น่ารักมากกกก วี๊ดดดบึ้ม!

และเมื่อสัปดาห์ก่อน เราได้รับข้อมูลมาว่า Mod’s Hair เริ่มมีจำหน่ายที่ไทยแล้วค่ะ
มีจำหน่ายที่วัตสันเท่านั้น (ตอนนี้เริ่มใกล้เป็นร้านขายยาที่ญี่ปุ่นขนาดย่อมๆแล้ว ดีจัง…)
Mod’s Hair ทุกชิ้น Made in Japan หมดเลยค่ะ เยี่ยมมาก!
ราคาไทยๆ คุณภาพระดับ Original ค่ะ ไม่ต้องหิ้วแพงๆอีกต่อไป…

ในก้าวแรกของ Mod’s Hair ในไทยเปิดตัวด้วย Hair care ค่ะ
หยิบเอารุ่นฮิต รุ่นดังที่ญี่ปุ่นตอนนี้มาวางจำหน่ายเลยล่ะ
“Hot Care” ผลิตภัณฑ์ดูแลผมที่โดนความร้อนอยู่เสมอ (สีชมพู)
“Aqua Clear” ผลิตณฑ์ชำระสิ่งสกปรกตกค้างจากการแต่งทรงผม (สีฟ้า)

ในครั้งนี้ขอหยิบมารีวิวในรุ่น Hot Care ค่ะ เพราะเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของเราช่วงนี้
นอกจากเหมาะกับเราแล้ว จุดน่าสนใจคือ Mod’s Hair รุ่น Hot care
คว้า 3 รางวัลใหญ่ จาก @Cosme เวบจัดอันดับเครื่องสำอางอันดับ 1 ของญี่ปุ่นมาด้วยล่ะ

แปลให้ฟัง…
ซ้ายสุด…Hot care treatment
คว้่ารางวัลอันดับที่ 3 ในหมวด Shampoo & Conditioner (รุ่นนี้ไม่ได้นำเข้าไทยค่ะ)

กลาง.. Hot care Shampoo & Conditioner
คว้่ารางวัลอันดับที่ 2 ในหมวด Shampoo & Conditioner

ขวาสุด…Hot care Essence คว้่ารางวัลอันดับที่ 2 ในหมวด Hair Care

มาดูของจริงในมือกันบ้างค่ะ ในรุ่นนี้มี 4 ชิ้นค่ะ คือ แชมพู ครีมนวด ครีมหมักผม และ เอสเซนส์ครีม

เริ่มด้วย แชมพูและครีมนวดค่ะ

แชมพูกับครีมนวดรุ่นนี้มีจุดเด่นตรงที่การมุ่งเน้นบำรุงผมที่เสียที่เกิดจากการโดนความร้อนต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็นแกนร้อนม้วนผม ที่หนีบผม หรือแม้แต่ไดร์เป่าผมต่างๆ
ส่วนผสมที่เป็นจุดเด่นคือมีส่วนผสมของออยล์บำรุงผม ช่วยพื้นฟูผมให้แห้งกลับมาสวย
เราได้ใช้แล้วรู้สึกชอบนะคะ ผมไม่ชี้ฟู ไม่ทิ้งตัวจนลีบแบนเกินไป
ทำให้ไดร์หรือม้วนได้ง่าย กลิ่นจะหอมอ่อนๆค่ะ สระง่ายล้างออกง่ายดี

ด้านครีมนวดก็มีส่วนผสมของออยล์ที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้เส้นผมค่ะ เนื้อครีมนวดไม่หนักมาก
สามารถนวดได้ทุกวัน ผมไม่ลีบแบนและยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆช่วยให้ผ่อนคลายตอนนวดเส้นผมอีกด้วย

และอีก 2 ชิ้นที่เราก็ชอบนั่นคือ Hot care Intensive repair essence
เป็นเอสเซนส์ในรูปแบบครีมบำรุงผมชนิดไม่ต้องล้างออก กลิ่นหอมบางๆ
ช่วยบำรุงผมที่แห้งเสียมากๆ เราจะกดมาใส่มือแล้วก็ลูบๆเน้นบริเวณปลายผมค่ะ
เพราะเป็นส่วนที่โดนแกนร้อนเยอะที่สุด เอสเซนส์ตัวนี้สามารถใช้ได้ทุกวันเลยค่ะ
ไม่ทำให้ผมเหนียวเหนอะเลยล่ะ ใช้แล้วผมจะนุ่มลื่นไม่ค่อยพันกัน และช่วยบำรุงให้เส้นผม
ดูเงางามอีกด้วยค่ะ

และอีกหนึ่งชิ้นในรุ่นนี้ก็คือ Hot care Intensive aesthetic mask
มาส์กผมสูตรเข้มข้นหลังจากที่ผมเราโดนความร้อนค่ะ
จะช่วยฟื้นฟูและบำรุงให้ผมกลับมานุ่มสวย ชิ้นนี้เราจะใช้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้งค่ะ
และนวดเน้นๆบริเวณปลายผม อย่านวดบริเวณโคนผมนะคะ เพราะมาส์กตัวนี้
ค่อนข้างเข้มข้นสูง หากนวดบริเวณโคนผมด้วยจะทำให้ผมหนัก และลีบแบนได้
แนะนำให้นวดโดยเว้นจากโคนผม 2-3 นิ้วค่ะ

สรุปแล้ว ใครที่รักการทำผม และสัมผัสความร้อนอยู่บ่อยๆ ผลิตภัณฑ์รุ่น Hot care น่าจะเหมาะมากๆ
ด้วยการบำรุงที่ตรงจุดกับปัญหาเส้นผม และยังมีรางวัลมาการันตีอีก
ทำให้ Mod’s Hair Hot care series เป็นอีกหนึ่งไอเท็มสุดฮิตที่ญี่ปุ่น
และอีกไม่นานก็ต้องฮิตสุดๆในไทยแน่นอน ตอนนี้ก็มีวางขายแค่ที่ watsons เท่านั้นค่ะ
เห็นราคาแล้ว ขอบอกได้เลยว่า คุ้มมากๆ ไม่ต้องหิ้ว ไม่ต้องแบกหนักมาจากญี่ปุ่นอีกต่อไป

ใครอยากติดตามกิจกรรมหรือข่าวสารต่างๆจากทาง mod’s hair
ก็เข้าไปคลิก Like กันได้ที่นี่เลยค่ะ เพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน คิดว่าคงจะมีกิจกรรมเก๋ๆ
ออกมาเอาใจแฟนๆคนรักแฟชั่นผมแน่นอนค่า

♡ facebook.com/MODsHairThailand ♡

Information:

Shampoo 500 ml 345 บาท
Conditioner 500 ml 345 บาท
Intensive repair essence 100 ml 395 บาท
Intensive aesthetic mask 150 g 395 บาท
จำหน่ายที่วัตสันค่ะ

Disclaimer: Sponsored by mod’s hair

Lovely Curl ดัดปลาย ดัดผมม้า ได้ลุคซ้อฟท์สุดๆ

22 Jan

เมื่อเดือนก่อนได้โอกาสไปทำผมใหม่มาค่ะ รีบไปทำก่อนที่น้ำจะท่วม
เพราะคิดว่าน้ำท่วมบ้านแล้วคงต้องใช้เงินเยอะแน่ๆในการซ่อมบ้าน เลยรีบชิงไปทำซะก่อน
แล้วก็เป็นตามคาดค่ะ น้ำท่วมบ้านเกือบ 2 เมตรแล้ว T T คงงดฟุ่มเฟือยไปอีกระยะ

มาพูดถึงทรงผมใหม่กันก่อน เราไปทำที่ร้านประจำร้านเดิมค่ะ “ZAN Haircraft”
หากใครที่เคยติดตามแป้งมาก็จะทราบว่า ริวซังดูแลผมแป้งมาตลอด 3 ปีแล้วล่ะ
เคยลองไปทำร้านอื่นก็ยังไม่ถูกใจเท่าร้านนี้แม้ว่าราคาจะปาดเหงื่อก็ตาม

ก่อนที่เราจะไปทำ ย้อนกลับไปเมื่อ 3 เดือนก่อน เราได้ทำสี “Sakura” เป็นสีโทนน้ำตาลชมพูค่ะ
แต่เกิด accident เล็กน้อย ไฟล์รูปที่ถ่ายไว้หายเกือบหมด เลยไม่ได้ลงอัพเดท
สีโทนชมพูนี้ น่ารัก และสวยมากๆ แต่ก็หลุดลอกง่ายกว่าโทนสีอื่นๆค่ะ
เฉลี่ยแล้วอยู่ได้ประมาณเดือนเดียวค่ะ

After

[...]

Review : Essential Damage care รุ่นใหม่ล่าสุด

22 Jan

Image Hosted by ImageShack.us

Essential Damage care ผลิตภัณฑ์ดูแลผมจาก KAO ประเทศญี่ปุ่น
ได้ออกสูตรปรับปรุงใหม่มาแล้วค่า โดยเพิ่มส่วนผสมที่ช่วยให้ผมสวย อยู่ทรงตลอดวัน
ก่อนอื่นเนี่ย เราต้องบอกก่อนว่าเราใช้แบรนด์นี้เป็นประจำค่ะ ใช้มาตั้งแต่ตอนเรียนที่ญี่ปุ่นแล้วล่ะ
ด้วยความที่หาซื้อง่าย ไม่แพง และกลิ่นหอมติดทนสุดๆ ก็เลยเป็นหนึ่งแบรนด์ที่เราใช้ประจำ

เมื่อหลายวันก่อนเราได้รับผลิตภัณฑ์ตัวนี้มาค่ะ ซึ่งเป็นสูตรใหม่ทั้งหมดเลย
ดูจากแพคเกจก็ไม่ต่างจากของเดิม แต่ถ้าสังเกตดีดี ก็จะมีส่วนผสมที่เพิ่มมาใหม่ด้วยล่ะ

Image Hosted by ImageShack.us

มาดูกันทีละสีเลย…

Essential Damage Care Nuance Airy (สีชมพู)
สำหรับผมลีบแบน ปลายผมทื่อ ช่วยปรับให้ปลายผมพริ้ว มีชีวิตชีวา จัดทรงง่าย

Image Hosted by ImageShack.us

ปกติเราใช้สูตรนี้ค่ะ ด้วยความที่กลิ่นหอมโดนใจ และใช้แล้วผมไม่ลีบแบน ดูพริ้วๆ แต่จัดทรงได้ดี
แพคเกจไม่ต่างจากรุ่นเดิมค่ะ ส่วนกลิ่น เราคิดว่ากลิ่นมันอ่อนลงนิดหน่อยนะคะ
แต่ก็หอมติดทนตลอดวันเหมือนเดิม ใครชอบกลิ่นแนวฟรุตตี้หอมหวาน
เราว่าชอบตัวนี้แน่ๆ หอมติดทนจริงๆค่ะ

มาดูอีกสูตรนึง…
Essential Damage Care Rich Premier (สีส้ม)
สำหรับผมชี้ฟู ปลายไร้ทิศทาง ปรับให้ปลายผมมีน้ำหนัก จัดทรงได้ง่าย

Image Hosted by ImageShack.us

สูตรนี้ก็เคยใช้ค่ะ มีความรู้สึกว่าเหมาะกับคนผมลอน เพราะปลายผมจะทิ้งตัว
ลอนน่าจะเป็นคลื่นสวยมากกว่ารุ่นสีชมพู
กลิ่นหอมคล้ายๆกัน แต่ไม่เหมือนกันค่ะ ต้องไปลองดมดู หอมทั้งวัน

มาดูเนื้อผลิตภัณฑ์กันค่ะ…

Image Hosted by ImageShack.us

แชมพูมีเนื้อเหลว กลิ่นหอมมาก ให้ฟองเยอะค่ะ ใช้แค่นิดเดียวก็ฟองนุ่มเต็มศีรษะแล้ว
ล้างออกง่าย ไม่ทำให้ผมพันกัน

Image Hosted by ImageShack.us

สำหรับครีมนวดมีเนื้อที่ไม่ข้นมาก กลิ่นหอมเช่นกันค่ะ ใช้แล้วผมลื่นมีน้ำหนัก
ล้างออกง่าย ไม่เหนียว ไม่ทำให้หนังศีรษะมันค่ะ

Image Hosted by ImageShack.us

ส่วนครีมหมักผมมีเนื้อข้นมาก ใช้หมักแค่ปลายผม ก็มีน้ำหนักพร้ิวสวยแล้วค่ะ

สำหรับวันนี้เราก็หยิบรุ่นสีชมพู (Nuance Airy) มาทดลองใช้และรีวิวให้เพื่อนๆได้ชมกันนะคะ

ความต่างจากรุ่นเดิม…

ส่วนผสมที่เพิ่มเข้ามา…เชีย บัตเตอร์และเนเชอรัล ฮันนี่
ช่วยฟื้นบำรุงผมเสียรุนแรง พร้อมล็อคความชุ่มชื้นไว้ภายในจากโคนจรดปลาย
เชีย บัตเตอร์ สกัดมาจากเมล็ดของต้นเชีย ถือเป็นมอยส์เจอร์ไรซิ่ง
จากธรรมชาติ 100% ให้ความชุ่มชื้นสูง เป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์เข้มข้น
ที่ใช้มากในแอฟริกาที่มีอากาศแห้งมาก
นอกจากเชียบัตเตอร์จะใช้ในสกินแคร์แล้ว ตอนนี้มาในรูปของแฮร์แคร์ด้วยค่ะ

สภาพเส้นผมก่อนใช้…

ผมทำสี ค่อนข้างแห้งเสีย โดยเฉพาะปลายผม
ค่อนข้างแข็งและชี้ฟู ไม่มีน้ำหนัก

ความรู้สึกหลังใช้…
หลังใช้ทั้งแชมพูและครีมนวดผมก็เงาดีค่ะ ทิ้งตัวได้ดี ไม่ลีบแบน จัดทรงได้ง่าย
ยิ่งเราชอบทำสีผมบ่อยๆ ปลายผมจะแห้งชี้ฟู แต่เมื่อบำรุงบ่อยๆด้วยการหมักผมก็ดีขึ้นค่ะ
และเมื่อจัดแต่งทรงด้วยแว๊กซ์หรือสเปรย์ ผมก็อยู่ทรงได้ดี ไม่ทำให้ผมหนักเกินไป

และหลังจากที่เราได้ทดลองใช้เทียบกับรุ่นเก่าที่เราใช้อยู่
ก็พบว่ามีความต่างเล็กน้อยเรื่องความชุ่มชื้นเส้นผม จากรุ่นเดิมที่ผมจะรู้สึกชุ่มชื่นหลังสระ
แต่พอวันรุ่งขึ้นจะเริ่มแห้งกระด้าง รุ่นใหม่นี้เราว่ามันโอเคกว่าเดิมค่ะ
คือหลังสระไปแล้ววันนึง ผมก็ยังดีอยู่ ไม่ชี้ฟูมาก

สำหรับ Intensive Mask กลิ่นออกไปทางเชียบัตเตอร์ชัดเจนเลย

Image Hosted by ImageShack.us

Image Hosted by ImageShack.us

แฮร์มาส์กเราว่าดีเกินคาดนะคะ ผมทิ้งตัวสวยดีเหมือนกัน ไม่แพ้ยี่ห้อแพงๆเลยล่ะ
ตามสโลแกนของแบรนด์นี้ ที่ย้ำเรื่องปลายผม 15 cm เราก็หมักโดยการเว้นโคน
และนวดปลายผมเบาๆ แล้วก็หมักทิ้งเอาไว้ 10 -15 นาที แล้วก็ล้างออก
แค่นี้ปลายผมก็เด้งแล้วล่ะ มีน้ำหนักขึ้นมาเลย

Image Hosted by ImageShack.us

ใน CM เห็นเค้าเหวี่ยงผมกัน เอามั่ง…

Image Hosted by ImageShack.us

“เหวี่ยงสุดๆ…ก็กลับคืนทรงสุดเหวี่ยง”

หลังจากออกไปลัลล้าข้างนอกทั้งวัน กลับมาผมก็ยังโอเคอยู่

Image Hosted by ImageShack.us

Image Hosted by ImageShack.us

จุดที่ชอบสุดๆนั่นคือ กลิ่นหอมติดทนทั้งวัน และผมมีน้ำหนักไม่ลีบแบน
แต่จุดด้อยของแบรนด์นี้ก็มีนั่นคือแพคเกจของครีมนวด บีบยากเหมือนเคย
ต้องใช้กำลังภายในพอสมควร แต่ให้อภัยเพราะมันหอม…

Image Hosted by ImageShack.us

ใครที่ชอบผลิตภัณฑ์แฮร์แคร์ที่มีกลิ่นหอม บำรุงผมได้ดี จัดทรงง่าย
ราคาไม่แพง ลองดูเป็นอีกตัวเลือกนะคะ สำหรับเราใช้อยู่ประจำอยู่แล้วก็คงใช้ต่อไป
สุดท้ายนี้ขอบคุณ KAO สำหรับผลิตภัณฑ์ Tester รุ่นใหม่ค่ะ

Tips:

ในการใช้ Hair care product เราจะสลับยี่ห้อวนๆกัน 2-3 ยี่ห้อค่ะ เนื่องจากแต่ละยี่ห้อ
หรือแต่ละสูตรจะมีปริมาณโปรตีนบำรุงผมไม่เท่ากัน การใช้ในปริมาณเดิมๆต่อเนื่องนานๆ
จะทำให้ผมกระด้าง ดังนั้น เราใช้หมดขวดใหญ่ขวดหนึ่งก็จะเปลี่ยนสูตร หรือเปลี่ยนยี่ห้อค่ะ
ใครที่รู้สึกว่าผมกระด้าง ลองปรับเปลี่ยนการใช้ผลิตภัณฑ์ซ้ำๆดูนะคะ

Wolf Cool Beige: รีวิวสีผมใหม่…สุดchic โดย Ryu @ZAN Haircraft

22 Jan

เมื่อสัปดาห์ก่อนโน่นเรานัดกับพี่โบว์ Crazy Rabbit พี่สาวสุดสวยมาทัวร์กันแบบ
Happy Beauty 1 day Trip ช่วงเช้ามาคุยงานกันนิดหน่อยที่ Lobby condo
ถึงการปรับโฉมวงเดือนรีสอร์ทที่เสม็ด แฟนเราได้ออกแบบไว้คร่าวๆแล้วล่ะ
ก็สวย และชิล ทีเดียว หลังจากนั้นก็ไปต่อกันที่ BEKKU ถึงแม้จะเป็นอาหารที่
ไม่ค่อยจะ beauty ซักเท่าไหร่ แ่ต่ก็ทำให้เรา Happy ได้สุดๆเลย
(มื้อนี้หมอแม้วมาแจมด้วย ฮ่าๆ อิ่มอ้วนกันถ้วนหน้า)

อิ่มท้องแล้วก็ไปเดินย่อยกันที่ Emporium แล้วก็ไปนวดหน้ากันต่อที่
Cherry Blossom Spa ตอนนี้คอร์สนวดหน้าอัพมาเป็นราคาปกติแล้วจ้ะ
1,800 บาท แต่เราซื้อวัลเชอร์ไว้เมื่อปีก่อน เลยนวดได้ในราคาโปรโมชั่น

นวดไปหลับๆไป ตื่นมาหน้าเด้งดึ๋ง….เสร็จแล้วก็รีบนั่งรถไปหาริวทันที
เพราะเลยเวลานัดไปเกือบ 30 นาทีซะแล้ว

(สำหรับคนที่อ่านบล๊อกเราประจำจะทราบดีว่า ร้านประจำที่เราทำผมจะชื่อว่า
ZAN Haircraft ค่ะ เป็นร้านญี่ปุ่น ทุกอย่างใช้ของญี่ปุ่นที่อ่อนโยนต่อผมและ
หนังศีรษะ ราคาอาจจะแพงกว่าร้านไทยพอสมควรนะคะ สำหรับรายละเอียด
จะเขียนไว้ช่วงท้ายค่ะ)

—————————————————————————-

ไปถึงก็คุยเรื่องสีผมที่อยากจะทำในครั้งนี้…
แต่ก่อนอื่นไปดูสีผมครั้งก่อน (ที่เราไม่ได้เขียนเล่าไว้ แฮะๆ)

จากครั้งก่อนที่ริวทำให้ จะเป็นสีโทนแอชบลอนด์ ผสมกับไฮไลท์สีบลอนด์
และโลว์ไลท์สีดำสนิท ผลก็คือไม่ถูกใจค่ะ มันแรงไป ก๊อยไป

เลยลงสีใหม่ทับ เป็นโทนม่วง และแอช ก็ได้สีที่ถูกใจ

ผ่านไป 1 -2 สัปดาห์สีแอชเริ่มลอกออกแล้วล่ะ พวกโลว์ไลท์กับไฮไลท์เลย
เริ่มกลับมาเ่ด่นชัดอีกครั้ง (แต่ไม่เท่าตอนแรก)

พอมาถึงตอนนี้ ชักอยากได้สีใหม่ ไม่เอาแรงแล้ว อยากได้โทนน้ำตาลเบจ
สีนุ่มๆ ไม่ออกเหลืองแบบก่อน เลยให้การบ้านริวไป ผสมสีให้สวยๆหน่อยน๊า

ในวันนี้ได้ทั้ง Ryu และ Mao มาดูแลผมให้ค่ะ ก่อนอื่นก็ต้องลง Clear Color
เพื่อล้างสีดำและปรับสีผมให้สว่างเท่ากันก่อน (แต่พวกไฮไลท์ยังคงอยู่ค่ะ)

หลังจากลงแล้วได้ประมาณนี้ค่ะ

ริวบอกว่าสีผมเราออกโทนน้ำตาลแดงอยู่เยอะ ผสมกับบลอนด์
ถ้าลงสีเบจไปเลยน่าจะออกโทนเหลืองเด่นชัด เลยใช้โทนเบจ ผสมกับ โทนเขียว
เพื่อกลบสีเหลืองค่ะ ริวก็จะแว้บไปหลังบ้าน ผสมสีเพื่อมาลงให้

นอกจากสีที่ผสมแล้ว ริวบอกว่า ปัจจัยอีกอย่างคือ Timing
จะเอาสีที่อยากได้ ถ้าไทม์มิ่งไม่ดี สีก็เพี้ยน ที่นี่จะคอยเช็คสีอยู่เรื่อยๆค่ะ

หลังจากลงสีเสร็จ ก็ทำ Treatment กันต่อเลย ที่ร้านนี้จะใช้ของทุกอย่าง
จากแบรนด์ ARIMINO ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ร้านทำผมญี่ปุ่นส่วนมากใช้กันค่ะ
ทรีทเม้นท์ที่ใช้ครั้งนี้ก็เป็นตัว Hi-end จากแบรนด์ ชื่อว่า Caretrico
บำรุงดีมากๆ เราเคยซื้อออยล์บำรุงมาค่ะ ใส่แล้วผมเด้ง เงาทีเดียว

หลังจากนั้นริวก็เซอร์วิส ตัดผมม้าให้ เป็นอันเสร็จ

สีที่ได้ เราชอบมากกกกกกก เป็นโทนเบจที่สวย (แต่กลัวอยู่ได้ไม่นานจัง
สีแบบนี้ชอบลอกออกง่าย) แต่เมื่อไม่นานมานี้ คุณแป๊ะ Salon de Bear
ได้ส่ง Sample Shampoo รุ่น Color Lock มาให้ช่วยรีวิว เลยเข้าล๊อคเลย
ได้ลองใช้กับผมทำสีหมาดๆ ตอนนี้เพิ่งใช้หมดไปชนิดนึง ชอบมากก (สระ 3 ครั้ง)
schwarzkopf / bonacure / color save shampoo [sulfate free]
สีผมยังคงสีเดิม ผมนิ่มดี มีแววเสียตังค์ซื้อต่อ ฮ่าๆ

พวกไฮไลท์ยังคงสีบลอนด์อยู่ค่ะ แต่ก็สวยดีเวลาโดนแสง

Image Hosted by ImageShack.usImage Hosted by ImageShack.us

Information:

ในครั้งนี้เราทำสีทั้งหมด 2 ครั้ง ครั้งแรก Clear Color 1,000 บาท
ครั้งที่ 2 ลงสี 2,000 บาท และ Treatment หลังทำสี 800 บาท
รวมทั้งหมด 3,800 บาท

ZAN Haircraft มี 2 สาขา คือ สุขุมวิท 31 และสาขา อโศก สุขุมวิท 14
เราไปที่สาขาอโศกนะคะ เดินทางง่าย ต้องโทรจองล่วงหน้าค่ะ
ช่างเป็นชาวญี่ปุ่น พูดไทยได้ ช่างประจำ (มือหนึ่ง) ชื่อ ริว
จะประจำทั้ง 2 สาขา ต้องโทรถามค่ะ

พิกัดร้าน สาขา อโศก สุขุมวิท 14 โทร 022613422

ราคาเิริ่มต้น ถ้าผมยาวก็จะบวกเพิ่ม 500-1000 อ่ะค่ะถ้าจำไม่ผิด
ตัด 700++
ดัด (รวมตัด) 2100++ ดัดที่นี่จะแนวยุ่นค่ะ คือลอนจะคลายๆดูเป็นธรรมชาติ
แต่สาวไทยหลายคนไม่ค่อยชอบนะเพราะว่าอ่อนไป ต้องอาศัยการเซ็ทผมค่ะ
ทำสี 1500++
ยืดถาวร 3100++
ยืดเฉพาะส่วนก็แล้วแต่ช่างค่ะ แนะนำว่าตกลงเรื่องราคาก่อนตัดนะคะ
เพราะที่นี่ไม่รับบัตรเครดิตจ้า

FAQ: Hair color : ไขข้อข้องใจของใครหลายๆคน ตอนที่ 1

22 Jan

หลายๆคนคงมีความกังวลใจเกี่ยวกับสีผม ทำแล้วจะเข้ากับเราหรือไม่
ทำสีไหนดี สีไหนสวยกว่ากัน ทำที่ร้านดีหรือทำเองดี
หลากหลายปัญหาที่ในช่วง 2-3 ปีนี้ได้รับคำถามเหล่านี้มา

Image Hosted by ImageShack.us

ในครั้งนี้เลยขอเล่าประสบการณ์ตรงในฐานะ 1 ในผู้บริโภคให้ฟังก็แล้วกันจ้า
ก่อนอื่นต้องบอกไว้ก่อนว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา เราไม่ค่อยได้ทำสีเองมากเท่าแต่ก่อน
เริ่มเข้าร้านทำผมบ่อยขึ้น เป็นเพราะอะไร อ่านได้ด้านล่างนี้เลย….

Image Hosted by ImageShack.us

เข้าสู่ประเด็นแรกก่อน…

คำถามที่เจอบ่อยที่สุดตั้งแต่ทำบล๊อกมาคือ “ทำสียี่ห้อไหนดีคะ”

ส่วนตัวเราแล้วชอบสีจากโซนญี่ปุ่นค่ะ เลยขอยกมาแต่ยี่ห้อดังๆที่หลายๆคน
ชอบถามกันเข้ามานะคะ

Image Hosted by ImageShack.us

:: PALTY ::
สำหรับครีมเปลี่ยนสีผมที่ให้สีที่สวย และติดชัดเจน เราชอบยี่ห้อนี้สุดค่ะ
ตัวครีมไม่เหม็น ใช้แล้วสบายจมูก ยิ่งรุ่นเก่าๆที่เป็นกลิ่นแอ๊ปเปิ้ลนี่หอมสุดๆ
ทำแล้วผมเสียมั้ย…แรกๆไม่เสียค่ะ แต่ถ้าหลังทำแล้วไม่บำรุงเลย เสียและแห้ง
มากกว่าเดิมค่ะ สีของพาลตี้ค่อนข้างหลากหลาย แต่ถ้าอยากได้ผมสีเกือบเข้ม
แต่ไม่เอาเข้มไปเลยนี่หายากค่ะ เพราะพาลตี้เน้นโทนสีอ่อนซะส่วนมาก
ถ้าเลือกสีเข้มก็จะเข้มมากไปเลย

อุปกรณ์ในกล่องเป็นแปรงหวีซี่ๆ ใช้งานง่าย รุ่นเก่าๆจะมีผ้ากันเปื้อนมาให้ด้วย
แต่รุ่นล่าสุดนี้ไม่มีแล้วล่ะ น่าเสียดายจริงๆ

สรุปข้อดี : สีสวยแจ่ม ติดทน ราคาไม่แพง กลิ่นหอม
ข้อด้อย : ไม่มีตัวแทนจำหน่ายในไทย ต้องหาซื้อร้านหิ้วกันเอง

Image Hosted by ImageShack.us
Image Hosted by ImageShack.us

Image Hosted by ImageShack.us

:: Prettia ::
Prettia เป็นโฟมเปลี่ยนสีผม ทำเองได้ง่ายที่สุด ใครอยากเปลี่ยนสีผมเอง
และเป็นมือใหม่ เรามักแนะนำยี่ห้อนี้ให้ก่อนเสมอ เพราะทำยังไงก็ไม่หัวด่างแน่ๆ
Prettia ตอนนี้ได้ถูกนำเข้ามาจำหน่ายที่ไทยแล้วจ้า แ่ต่เปลี่ยนชื่อเป็น “Liese” (ลิเซ่)
Liese เนี่ยเป็นแบรนด์ลูกของบริษัทคาโอที่ญี่ปุ่น พวก styling เค้าดังและดีมากๆค่ะ
ตอนนี้ก็นำเข้ามาแล้วล่ะ ทั้ง styling และรวมเอา Prettia ที่เป็น Hair color เข้ามาอยู่ในไลน์ด้วย

สรุปข้อดี : ทำง่ายที่สุด สีติดทั่วถึึง มีสีให้เลือกเยอะมากและหลากหลาย และ
แม้ว่าผมยาวประบ่าก็สามารถใช้กล่องเดียว (ถ้าเป็นแบบครีมต้องใช้ 2 กล่อง)
หาซื้อได้ในไทยแล้วตอนนี้
ข้อด้อย : สีมีความ glossy น้อยกว่าแบบครีมนิดนึงค่ะ (อันนี้รู้สึกเองนะ)

Image Hosted by ImageShack.us

:: Beauteen ::
บิวทีนเราว่าดีพอๆกับ PALTY เลย ทำออกมาแล้วคล้ายๆกัน ที่วัตสันก็นำเข้ามา
แถมราคาถูกด้วย หาซื้อง่าย
บิวทีนเป็นยี่ห้อที่สังเกตได้ว่าบางทีมีของแถมมาให้ เช่นครีมบำรุงขนาดทดลอง
หรือครีมเปลี่ยนสีผมชั่วคราว บางทีไม่ได้ตั้งใจซื้อก็หยิบมาเพราะอยากลอง
ของแถมนี่แหละ ฮ่าๆ ในกล่องมีอุปกรณ์ครบค่ะ หัวเป็นแปรงทำได้ง่าย

สรุปข้อดี : หาซื้อง่ายมาก ราคาไม่แพง คุณภาพใช้ได้ สีติดชัดเจน
ข้อด้อย : กลิ่นค่อนข้างแรงเหมือนกันค่ะ

Image Hosted by ImageShack.us

Image Hosted by ImageShack.us

:: FRESH LIGHT ::
หน้ากล่องรูปน้องบลายธ์ สีสันมีให้เลือกไม่มาก ราคาไม่แพง หาซื้อง่าย
เพราะวัตสันนำเข้ามา ยี่ห้อนี้เราเคยทำอยู่ไม่กี่ครั้งค่ะ ส่วนมากจะซื้อยี่ห้อด้านบนๆ
บ่อยมากกว่า แต่สีเบจของยี่ห้อนี้สวยค่ะ แนะนำเลย สีไม่ทอง ไม่เข้มแบบน้ำตาล
เราว่ากำลังดีเลยล่ะ แล้วล่าสุดทางญี่ปุ่นออกรุ่นโฟมมาแล้ว ไม่รู้ว่าดีด้อยกว่า
ออริจินัลอย่าง Prettia อย่างไร หากได้ลองเมื่อไหร่จะมาแชร์นะคะ

สรุปข้อดี : หาซื้อง่าย ราคาไม่แพง สีติดปานกลาง ไม่ค่อยจัดมาก
ข้อด้อย : กลิ่นแรงเหมือนน้ำยาทำสีทั่วไปค่ะ

Image Hosted by ImageShack.us

อีกข้อที่เจอบ่อยๆคือ “ทำสีครั้งแรก ทำที่ร้านหรือทำเองดีคะ”
“ทำสีที่ร้านดีกว่าทำเองยังไงคะ”

แน่นอนว่าถ้ามีทุนทรัพย์เราอยากให้ไปทำที่ร้านก่อนค่ะ เพื่อดูวิธีการทำจากช่าง
และช่างที่ดีจะสามารถแนะนำสีผมที่เหมาะกับสีผิว และรูปหน้าของเราได้
แต่ถ้าหากอยากลองทำเอง ก็ควรอ่านคู่มือก่อน และต้องเทสต์สีก่อนว่าแพ้หรือไม่
เพราะแน่นอนว่าสีที่ขายตามท้องตลาดทั่วไป ปริมาณเคมีมีสูงกว่าไปทำที่ร้านแน่นอน
ด้วยคอนเซพท์ที่ว่า สีต้องติดๆๆๆๆ แต่ถ้าไปทำที่ร้าน ช่างจะดูสภาพผมเราก่อนว่า
รับเคมีได้มากน้อยแค่ไหน เสียมากหรือเปล่า เพื่อที่จะปรับสูตรเคมีให้เข้ากับผมเรา
พักหลังๆเราจึงติดใจที่ทำสีผมตามร้านบ่อยขึ้น เพราะผมไม่รู้สึกว่าโดนทำร้ายมากนัก
และอีักอย่าง เราชอบทำ Hilight, Low light ด้วยค่ะ มันทำให้ผมมีมิติมากขึ้น
ซึ่งทำเองไม่ได้ ต้องพึ่งทางร้านอย่างเดียวเลย
แต่ในบางครั้งเวลาโคนงอกออกมา แล้วไม่มีเวลาไปร้านก็มักจะทำเองที่บ้านค่ะ
ประหยัดเวลาและเงินไปได้เยอะเลย

Image Hosted by ImageShack.us

คำถามที่เจอบ่อยเป็นอันดับที่ 3 ก็คือ “อยากได้สีผมแบบนี้ ต้องทำสีอะไรคะ”

เป็นคำถามที่ตอบยากสุดๆค่ะ เพราะสภาพผมเราไม่เหมือนกัน สีก็ต่างกัน
ขอตอบรวมๆเลยเนาะ ถ้าเป็นคนเส้นผมหนา ดำมากๆ ทำสีครั้งแรกอาจจะติดไม่มาก
ต้องทำใจค่ะ อาจจะไม่ได้สีที่อยากได้เป๊ะๆ แนะนำให้เลือกเฉดที่อ่อนกว่าสีที่อยากได้ 1 ระัดับ
พูดง่ายๆคือทำสีที่อ่อนกว่าไปก่อน แต่ถ้าเป็นคนผมเส้นเล็กสีที่ได้จะใกล้เคียง
กับข้างกล่องมากขึ้นค่ะ (อย่าดูหน้ากล่องนะคะ เพราะนั่นคือการย้อมบนผมที่เป็น
สีขาว สีที่ได้จึงจะได้ตามหน้ากล่อง) คนผมสีธรรมชาติให้พลิกดูข้างกล่อง
หรือหลังกล่องค่ะว่าได้สีประมาณไหน

และเวลาในการทำสี ไม่ควรหมักทิ้งไว้เกิน 45 นาทีค่ะ เคยฟังข้อมูลมาจากช่างทำผม
เค้าบอกว่าถึงจะทิ้งให้นานกว่านี้สีก็ไม่ได้สวยขึ้น หรืออ่อนขึ้นหรอก
เพราะเมื่อเคมีโดนอากาศแล้ว มันก็ทำปฏิกิริยากับเส้นผมได้ประมาณ 45 นาทีนี่แหละ

ยังมีอีกหลายทริคที่เก็บข้อมูลมาจากช่างทำผมทั้งไทยและญี่ปุ่น เอาไว้โอกาศหน้า
จะเอามาแชร์ให้ฟังกันอีกนะคะ

Bang! Bang! BOB : soft ‘n Candy by RYU さん

22 Jan

Image Hosted by ImageShack.us

หลังจากเบื่อกับผมดัด รอบนี้เลยขอเปลี่ยนลุคเป็นสาวผมบ๊อบตรง
รับซีซั่นใหม่ที่มาเยือน แต่กว่าจะได้ทรงนี้แบบผมไม่เสีย ก็มีขั้นตอนต่างๆมากมาย
สนุกสนานดีค่ะ วันนี้เลยขอมาแชร์ให้เพื่อนๆได้ชมด้วย
สำหรับทรงผมครั้งนี้ เน้นผมม้าและสีผมเป็นหลัก ขอตั้งชื่อทรงว่า
” Bang! Bang! BOB : soft ‘n Candy “

ก่อนอื่น มาดูผมก่อนที่จะไปทำดีกว่า ทรงผม Pop curl ที่ทำไปครั้งก่อนก็เมื่อเดือน
ตุลาคมปีที่แล้วโน่นแน่ะ นี่ก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว จริงๆจะตัดตั้งนานแล้วค่ะ
แต่ว่าริวขาเจ็บ ยืนไม่ได้ ก็เลยต้องรอไปก่อน

สำหรับเพื่อนๆที่เพิ่งเคยอ่านบลอคหรือกระทู้เรา ริว คือ Hair stylist ประจำของเราค่ะ
ร้านเค้าชื่อ ZAN Haircraft มีช่างอยู่หลายคน ทั้ง Ryu, Kohei, Sayaka และ Mao

Image Hosted by ImageShack.us

รอบนี้เราอยากลองตัดบ๊อบตรงๆดูบ้าง ปกติซอยเยอะตลอด
ก่อนไปทำผมเรามักทำสีผมไปก่อนแทบทุกครั้งเพื่อประหยัดเวลา และเงิน
รอบนี้เราก็ทำสีเดิมค่ะ Raspberry Macaron ของ PALTY

Image Hosted by ImageShack.us

สีที่ได้จะเป็นน้ำตาลกลางประกายชมพู ซึ่งหากใครอยากทำสีประกายชมพู
ต้องทำใจนะคะ เพราะสีจะติดไม่ทนหรอก ไม่นานประกายก็ลอกค่ะ

รอบนี้นัดริวแกมบังคับ ขอให้มาที่สาขาสุขุมวิท 14 เพราะซอย 31 เราไปลำบาก
หลงตลอดเลย ฮ่าๆ นัดไว้บ่ายสามก็มาตรงเวลาเป๊ะค่ะ

หลังจากตกลงเรื่องทรงที่อยากได้ ก็สรุปว่าเมนูที่จะทำวันนี้ก็มี
ยืด + ตัด + Hi light + Low Light + Treatment

มาที่ขั้นตอนแรกกันเลย….การยืดผม
เนื่องจากสภาพผมเราค่อนข้างแย่ถึงแย่มาก ไม่ค่อยได้บำรุงอะไรเลย
ผมจึงแห้งค่ะ ริวเลยใช้วิธีการยืดแบบถนอมเส้นผมเรา คือจะลงน้ำยา 2 ครั้ง
ครั้งแรกเป็นน้ำยาคลายลอนผม ให้ผมเหยียด ซึ่งจะเป็นน้ำยาที่อ่อนมากๆ
ขั้นตอนนี้ลงน้ำยาทั่วหัวเลยค่ะ ทิ้งเอาไว้ 15 นาทีแล้วก็ไปล้างออก

Image Hosted by ImageShack.us

และหลังจากนั้นก็ลงน้ำยายืดที่แรงขึ้น ซึ่งก็เป็นน้ำยาที่ใช้ในการยืดถาวร
ลงแค่ส่วนกลางผมผม เว้นโคน และปลายผมค่ะ ที่เว้นปลายก็เพราะว่าทรงที่เรา
อยากทำจะเป็นบ๊อบที่ปลายงอ คล้ายๆ C line ค่ะ หากลงน้ำยาถึงปลาย
ผมจะแด่วๆไม่งอได้รูป ส่วนสำคัญในการยืดคือการรีดผมค่ะ ถ้ารีดไม่สวย
ผมก็จะไม่สวยไปด้วย ก่อนหน้านี้เราเคยยืดผมกับ Sayaka มาครั้งนึง ชอบมาก
เค้าก็จะใช้เทคนิครีดผมด้านบนให้ป่องๆ พอยืดเสร็จผมด้านบนก็จะไม่ทื่อๆติดหนังหัว
รอบนี้เราเว้นผมด้านบนค่ะไม่ยืด พอยืดเสร็จก็ล้างผมและมาตัดผมค่ะ
สำหรับผมม้า ริวใช้เทคนิคแบ่งผมม้าเป็นผมม้าด้านในและนอก
ผมด้านนอกคงเอาไว้ แต่ผมม้าด้านในจะซอยโค้งๆ บางๆตามแนวคิ้ว
พอเอาผมม้าด้านนอกมาปิดก็จะไม่ดูแข็งทื่อ จะเห็นไลน์คิ้วดูเป็นตุ๊กตามากขึ้นค่ะ

Image Hosted by ImageShack.us

และก็เข้าสู่ขั้นตอนลงสีเพิ่มเติมค่ะ
ริวกัดสีผมเป็นช่อๆ แค่ด้านบนและด้านข้าง สำหรับลงสีไฮไลท์
พอลงน้ำยากัดเสร็จก็จะห่อด้วยฟลอยด์อะลูค่ะ
และเพื่อไม่ให้เสียเวลาก็ลงสี Low Light ด้วยสี Dark Pink Brown (Sakura)
แต่ก็เป็นสีที่ไม่เข้มเท่าไหร่ค่ะ
ที่ผมด้านล่างส่วนในก่อน การลงสีเข้มที่ด้านในริวเค้ารวบผมครึ่งหัวค่ะ ลงแค่
ส่วนล่าง ทำแบบนี้จะเพิ่ม volumn ผมให้ดูหนาขึ้น และก็ลง Low -light
ตรงผมด้านข้างเพื่อทำกรอบหน้าเรียวค่ะ สำหรับผมด้านบนก็ลงแค่บางช่อ
ริวจะพลิกผมไปมาแล้วค่อยเลือกช่อที่จะลงสี

Image Hosted by ImageShack.us

ในขั้นตอนลงสีเนี่ย ลูกค้าคนอื่นๆกลับไปหมดแล้ว เลยได้ช่างอีกสองคนมายำหัว
คุยกันมันส์เลย

และหลังจากล้างผมไปรอบนึงแล้ว ก็ต้องกลับมาลงสี Hi light ค่ะ รอบนี้ริวใช้สี Beige
สีสวยทีเดียวล่ะ กัดสีผมแ้ล้วลงสีมันสวยแบบนี้นี่เอง แต่ก็ไม่กล้าทำทั้งหัวอยู่ดี

พอจบขั้นตอนนี้ ริวก็ทำ Treatment ให้ค่ะ ผมนิ่มขึ้นเลย เสร็จแล้วก็ถึงเวลาจัดทรง

Image Hosted by ImageShack.us

เวลาไดร์ผมบ๊อบ ใ้้ห้ไดร์ตรงๆ อย่าปัดไปปัดมา ผมจะเสียทรงค่ะ
สำหรับปลายผม ให้จับเป็นช่อ จับให้งอเล็กน้อยแล้วใช้ความร้อนปานกลางเป่า
ผมจะไม่ตรงแบบทื่อๆค่ะ หลังจากนั้นก็ใส่แว๊กซ์นิดนึง
WAX สุดโปรดของเราก็ Spice สีส้มค่ะ ไม่เหนียว แต่จัดทรงได้ดี ตอนทำผมดัด
ก็ใช้แว๊กซ์ตัวนี้แหละจัดทรง เจ๋งสุดๆ อีกตัวที่แนะนำก็ Mod’s Hair สีเหลืองค่ะ
เป็น Nuance wax อันนี้เหนียวกว่าหน่อยเพราะเป็นแว๊กซ์แบบไฟเบอร์ค่ะ
แต่ราคาถูกกว่าครึ่งนึง

เล่ามาเยอะแระ ไปดู AFTER กันดีกว่า…

Image Hosted by ImageShack.us

ซูมให้ดูสีผมชัดๆ เราชอบมากเลยค่ะ

Image Hosted by ImageShack.us

Image Hosted by ImageShack.us

ต้องขอบคุณเหล่าบรรดาช่างที่ช่วยกันยำหัวในครั้งนี้ด้วยค่ะ

Image Hosted by ImageShack.us

หลังจากกลับบ้านดูแล้วก็ลองเซทดูเองบ้าง
ง่ายดีจัง…

Image Hosted by ImageShack.us

Kirari Kirari

Kirari Kirari

and NOW…

Image Hosted by ImageShack.us

Information:

ZAN Haircraft สาขา อโศก สุขุมวิท 14
โทร 022613422

ราคาเิริ่มต้น ถ้าผมยาวก็จะบวกเพิ่ม 500-1000 อ่ะค่ะถ้าจำไม่ผิด
ตัด 700++
ดัด (รวมตัด) 2100++ ดัดที่นี่จะแนวยุ่นค่ะ คือลอนจะคลายๆดูเป็นธรรมชาติ
แต่สาวไทยหลายคนไม่ค่อยชอบนะเพราะว่าอ่อนไป ต้องอาศัยการเซ็ทผมค่ะ
ทำสี 1500++
ยืดถาวร 3100++
ยืดเฉพาะส่วนก็แล้วแต่ช่างค่ะ แนะนำว่าตกลงเรื่องราคาก่อนตัดนะคะ
เพราะที่นี่ไม่รับบัตรเครดิตจ้า

เปลี่ยนลุคสาว COOL มาเป็นสาว CUTE

22 Jan

Photobucket

สวัสดีค่่าสาวๆ เมื่อสัปดาห์ก่อนเราไปเปลี่ยนลุคมาล่ะ
เปลี่ยนไปค่อนข้างมากทีเดียว
แบบผม…ไม่ได้คิดไปหรอก รอบนี้ขอตามใจช่างก็แล้วกัน
เทรนด์ไหนกำลังอิน เอาเลย…

ร้านประจำที่เราชอบไปเป็นร้านของเพื่อนเราเองค่ะ
ร้าน “ZAN Haircraft” ส่วนคนที่จัดการทรงให้เราชื่อ “RYU”
ริวทำผมมาสิบกว่าปีแล้ว ครั้งแรกที่ไปตัดด้วยก็ประทับใจมาก
จนตอนนี้กลายเป็นลูกค้าประจำไปแระ

ทรงล่าสุดที่เราไปทำมา ขอตั้งชื่อน่ารักๆเองว่า
“POP curl POP girl”

ทรงเดิมเป็นทรงสาว cool ผมสั้นแบบหน้าร้อน
Photobucket

แต่ก่อนที่จะไปที่ร้าน เรามักทำสีผมพื้นเองค่ะ เพราะว่าจะช่วยประหยัด
ทั้งเวลาและเงินในกระเป๋า สีที่ลงพื้นครั้งนี้ใช้ของ PALTY เช่นเคยค่ะ
สี Raspberry Macaron น้ำตาลอ่อนประกายชมพู

Photobucket

หลังจากทำสีได้สัปดาห์นึงก็ไปหาริว
ช่วยเปลี่ยนลุคให้หน่อย…
ริวบอกว่า เทรนด์ผมของ Autumn/Winter จะใช้สีที่ไม่อ่อนมากนะ
โทนแดง โทนแอชก็มาแรงเช่นเคย
แต่สำหรับเราแล้วเนี่ย โทนเข้มๆทำแล้วดับค่ะ เลยทำโทนอ่อนไป
แล้วให้ช่างเติมLow-light เพื่อให้ดูเข้มขึ้นแทน

ทรงผมสำหรับสาวผมสั้นเนี่ย ผมสั้นตรงๆซีซั่นนี้อาจจะ Out ไปแล้วล่ะ
ที่ญี่ปุ่นนิยมตัดสั้นแล้วดัด หรือม้วนเอง
ผมซอยสั้นจะเหมาะกับหน้าร้อนมากกว่า ถ้าเข้าสู่ winter แล้ว
เทรนด์ที่มาแรงสุดๆคือทรงที่เน้น Volumn ผม

Photobucket

ไม่รอช้า ริวก็จัดการทำ Hilight และ Low light สลับกันไปบนเส้นผม
รอบนี้ลงเยอะมากๆค่ะ สีที่ใช้เป็นของ Arimino ค่ะ
เป็นแบรนด์ที่ร้านทำผมส่วนใหญ่ที่ญี่ปุ่นใช้กัน
สีในการทำHilight เป็น Bleach โทนทอง และใช้สี Gold Brown เบอร์ 14 ไล่สลับกันไป
แล้วก็ลง Low Light ใช้สี Red brown เบอร์ 6 ลงด้านล่างซะเยอะ ทำให้ดูมีวอลุ่ม
หลังจากทำสีแล้วก็ดัดค่ะ
ดัดปลายผม และดัดโคนผมด้านหลัง จะได้ป่องๆ

Photobucket

ปิดท้ายด้วยการทำทรีทเม้นท์และจัดแต่งทรง ได้ลุคสาวป๊อปแบบนี้เลย…

Photobucket

ชอบผมด้านหลังมากๆเลยค่ะ ป่องได้ใจ สีผมสวยมากกก ไล่สลับโทนได้ลงตัวสุดๆ
แอบปลื้มที่หนึ่งในสีพื้นเราทำเอง เย้ D.I.Y. ก็สวยได้เหมือนกัน อิอิ

ก่อนเดินออกจากร้าน ริวก็สอนให้เซ็ทผมทรงนี้ กลับบ้านไปจะได้ทำเป็น
เซ็ทไม่ยากค่ะ ทำผมให้เปียกหน่อย ไดร์เป่าขึ้นจากด้านล่าง
สุดท้ายขยำผมด้วย Soft wax จาก SPICE สีส้ม
(กรี๊ดดดด…มันใช้ดีแบบที่สุด เจอแล้วแว๊กซ์ที่รอมานาน)

การขยำแว๊กซ์ให้ขยำผมด้านล่างก่อนค่ะ แล้วก็ขยำผมด้านบน ให้ดูมีวอลุ่ม

Photobucket

พูดถึงทรงก่อนหน้าที่จะมาเป็นทรงนี้กันซักหน่อย
เมื่อปลายปีก่อนเราไว้ผมยาวมากๆๆเลย แล้วช่วงปลายปีเทรนด์ผมดัดมาแรงมาก
เลยขอไปดัดกะริวด้วยคน ได้ลุคสาวหวานๆ

Photobucket

หลังจากนั้นต้นปี ลอนเริ่มคลายค่ะ
คือต้องทำใจนะ เพราะน้ำยาญี่ปุ่นเนี่ย ไม่ค่อยระคายผมเลย
ดัดเยอะแค่ไหนผมก็ไม่ค่อยแห้งเสีย แต่ข้อเสียก็คืออยู่ไม่ทนค่ะ
เราก็เลยไปตัดสั้น แบบเปลี่ยนลุคเป็นสาวเฉี่ยว

Photobucket

Photobucket

พอเข้ากลางหน้าร้อน ผมสั้นกุดมันก็มาแรงอีก
โอ้วว…สั้นไปเรื่อยๆแล้วผมเรา

Photobucket
Photobucket

รอบนี้เล่นสีสันค่ะ ใช้Low Light สีน้ำตาลแดงและน้ำตาลม่วงเป็นหลัง
ใส่ Hilight สีบลอนด์เข้าไปดู จากสาวเฉี่ยวกลายเป็นสาวเปรี้ยว

และสุดท้าย พอผมเริ่มยาว ก็ไปทำทรงนี้

Photobucket

ปิดท้ายด้วยประโยคปลุกใจ

“DARE TO CHANGE”

ถ้าไม่กล้าเปลี่ยน ก็อาจจะหาทรงที่ถูกใจไม่เจอก็ได้นะจ้ะ

Information:
ZAN Haircraft สาขา อโศก สุขุมวิท 14
โทร 022613422

Model Pictures from:
Vivi November 2009
PINKY November 2009
RAY November 2009