Diary

How to: My Lovely Peach Valentine

วันแห่งความรักหรือวันวาเลนไทน์ คงเป็นวันพิเศษสำหรับสาวๆหลายๆคน เคยเป็นมั้ยคะ จะแต่งหน้ายังไงดีน๊า จะเลือกชุดสีอะไรดี วันนี้แป้งได้รับโจทย์จากกองบิวตี้ KUTECLUB.COM ให้ทำภาระกิจ KUTECLUB BEAUTY MISSION : “My Lovely Peach Valentine” ครีเอทวาเลนไทน์ลุคพร้อมออกเดทในคืนพิเศษด้วยโทนสีพีช วาเลนไทน์ใครๆก็เน้นโทนชมพูกัน แต่โจทย์ของเราวันนี้คือ “โทนพีช” หรือสีส้มอ่อนๆ แต่งด้วยโทนนี้จะได้ลุคธรรมชาติมากๆ ดูหวานแต่ไม่หวานจัด เข้าคู่กับเดรสหรือชุดสีขาว หรือสีพีช ก็น่ารักสุดๆค่า ได้โจทย์มาไม่รอช้า มาเริ่มภาระกิจกันเลยดีกว่าค่ะ

How to: GLAM ROCK eyes

ฮาวทูครั้งนี้ขอฉีกแนวหวานๆ มาเข้าโหมด ROCK ด้วยดวงตาที่คมเข้ม อัพความตาโต มีพลังขึ้นเท่าตัว จะเฉี่ยว จะเปรี้ยวแค่ไหน ไปชมกันเลย… ในครั้งนี้ขอข้าม step ของ Base make up ไปนะจ้ะ ขอเน้นการแต่งแต้มสีสันด้วย Point make up เป็นหลัก

How to : baby pink IN LOVE

กลับมาคราวนี้มาในแนวหวานเจี๊ยบบ น้ำตาลเรียกพี่กันเลย กับฮาวทูโทนชมพูหวานใส แต่งได้ทุกๆวัน พร้อมแล้วไปชมกันเลยค่า กรี๊ดดด เห็นรูป Before แล้วอย่าตกใจกันไป รอยสิว กับรอยแพนด้าหนักมาก ก่อนที่จะลง Make up ก็ต้องบำรุงกันหน่อย ก่อนอื่นก็ลงเซรั่มบำรุงผิวเพื่อให้ผิวกระจ่าง ครั้งนี้ใช้ Impress IC ค่ะ หอมกุหลาบมากๆ เนื้อเซรั่มซึมไว ไม่ทำให้หน้ามันค่ะ แล้วก็ตามด้วย eye cream ช่วงนี้หน้าเราผิวแย่ ตาเลยต้องบำรุงหนักๆหน่อย เลยใช้ SKII แตะเพียงบางๆใต้ตาค่ะ หลังจากนั้นก็ตามด้วยกันแดด Itemนี้ขาดไม่ได้ค่ะ แดดสมัยนี้แรงมากๆ และกันแดดจาก Peach miki ตัวนี้ เราชอบที่สุดเลยล่ะ ใช้แทน make up base ได้เลย แม้สาวหน้ามันอย่างเราก็ไม่ทำให้หน้ามัน เราแนะนำให้เป็น everyday sunscreen ค่ะ ไม่อุดตัน ไม่มัน ไม่แพ้ แต่ถ้าไปทะเล ลงน้ำ อาจจะไม่เหมาะเพราะว่าไม่ได้กันน้ำนะคะ หลังจากนั้นก็มาจัดการกับสิวเจ้าปัญหาด้วย Eucerin cover stick ตัวนี้ใช้แต้มสิว พร้อมปกปิดรอยได้ินิดหน่อย อาจจะเหมาะกับสาวผิวเข้มนะคะ เพราะสีมันตัดกับสีผิวเรามาก แต่ไม่เป็นไรค่ะ ลงทับด้วย BB จาก ETUDE อีกชั้น ก็เนียนไปกับผิวค่ะ ต่อมาก็ปกปิดอีกขั้นด้วยคอนซีลเลอร์ ใต้ตาเราปิดด้วยคอนน้องหมี จาก SANA และรอยด่างดำต่างๆเราใช้ Lavshuca ในการปกปิดค่ะ เสร็จแ้ล้วก็ตบด้วยแป้งฝุ่นจาก Beauty Credit เนื้อแป้งมันเนียนไปกับผิวมากๆ ก่อนจะลงขั้นตอน []

How to: London Gal ~smoke gets in your eyes~

ช่วงอาทิตย์นี้เกิดอาการขยันทำฮาวทูเพราะเริ่มมีเวลาว่าง พักจากการเป็นแม่ค้า กลับมารอบนี้อยากลองแต่งแนวสโมคกี้เล็กๆ ให้ได้ลุค Cool cool ดูบ้าง วิธีการแต่งครั้งนี้จะเน้นดวงตากลมโต เข้มเล้กน้อย ส่วนปากและแก้ม จะใช้โทนสีไม่จัด เพื่อให้ดวงตาดูโดดเด่นที่สุดค่ะ ทำไมต้อง London ล่ะ ??? ตอนที่ทำฮาวทูนี้ขึ้นมาก็ยังไม่มีชื่อหรอก แต่พอทำเสร็จ Process รุปดูแล้ว เอ…อยู่ดีดี บรรยากาศสาวลอนดอนก็ผุดขึ้นมา ดูเรียบ แต่หรู พรีอพ เสื้อผ้าก็ดูเป็นสาวเมืองหนาวดี เลยตั้งชื่อนี้แล้วกัน เกริ่นมานาน ไปชมกันดีกว่าค่ะ ในครั้งนี้เราจะข้ามขั้นตอน base make up นะคะ เพราะทำเหมือนฮาวทูก่อนๆ (ลงครีมบำรุง + กันแดด Peach miki + Eucerin cover stick ปิดและแต้มสิว + ลง ETUDE Precious mineral BB cream + ปิดด้วยคอนซีลเลอร์ lavshuca) หลังจากลง base make up เสร็จก็ตบด้วยแป้งฝุ่น beauty credit สุดรักเช่นเคย ลุคนี้เราต้องการให้หน้าดูเนียนสว่าง เพื่อดึงจุดเด่นดวงตาออกมา เลยใช้แป้งพัพ Beautilicious Puff up Souffle แตะและกดลงบนใบหน้าเบาๆ แป้งตัวนี้เราแนะนำสำหรับคนหน้ามันง่ายค่ะ คุมมันได้ดีเยี่ยมเลยล่ะ แต่ก็ไม่ถึงกับทำให้หน้าเราแห้ง หลังจากหน้าเนียนแล้ว ก็มาแต่งคิ้วกันต่อ ในลุคนี้เราตั้งใจจะเปลี่ยนเป็นผมสีเข้ม ดังนั้นคิ้วจะปรับสีให้เข้มขึ้นกว่าทุกครั้ง ก่อนอื่นเราก็วาดโครงคิ้วด้วย canmake liquid eyebrow(1) []

How to : Natural Look…

สวัสดีจ้าสาวๆ หลังจากที่มีฮาวทูสอนแต่งหน้าหลายๆลุค ครั้งนี้มี Request มาให้สอนแต่งแบบใสๆ ไม่เข้มมาก ไม่อยากดูโบ๊ะ ในลุคนี้จุดสำคัญจะอยู่ที่ Base make up ค่ะ เราจะเน้นจุดนี้มากกว่า point make up เหมือนครั้งก่อนๆที่ผ่านมา ไม่รอช้า ไปชมกันเลยดีกว่า… Let’s start…. ก่อนจะแต่งหน้าก็ต้องบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นก่อนนะคะ ไม่งั้นเมคอัพหลุดไว แถมหน้าเหี่ยวง่ายด้วยน้า ตัวกันแดด Peach miki เพิ่งเป็นสมาชิกใหม่ในกรุ ตอนนี้ใช้ทุกวัน เยี่ยมมากค่ะ ไม่มันเลย หลังจากที่ลงสกินแคร์แล้วก็พักหน้าแว้บ…ให้มันซึมลงในผิวก่อน สำหรับคนที่มีรอยสิว แป้งแนะนำตัวนี้เลย Eucerin cover stick คล้ายคอนซีลเลอร์ค่ะ แต่จะมีส่วนผสมของตัวที่ทำให้สิวแห้งไวไม่อักเสบ แป้งใช้หมดไปสามแท่งแล้ว ปกปิดได้แต่ไม่เนียนมากค่ะ ดีที่ไม่อุดตันไม่ทำให้สิวอักเสบ ตัวนี้ลงบริเวณสิวได้โดยตรงค่ะ หลังจากนั้นก็ลงบีบีครีมกันค่ะ ลุคใสๆไม่ต้องพึ่งรองพื้นดีกว่า บีบีเบาบางดีค่ะ (Items: ETUDE Precious Mineral BB cream, skinfood foundation brush, Lunasol sponge) 1. การลงบีบีหรือรองพื้นให้แตะครีมบนใบหน้าเป็น 4 จุด คือหน้าผาก แก้มทั้งสองและคาง 2. หลังจากนั้นก็ใช้แปรงเกลี่ยให้ทั่วใบหน้า 3. ปิดท้ายด้วยการใช้ฟองน้ำกดซับครีมส่วนเกิน จะทำให้ทาบีบีหรือรองพื้นได้เนียนกริบ ลดการเป็นคราบได้มากค่ะ หลังจากนั้นก็ปกปิดร่องรอยด้วย concealer ค่ะ (Items : MAKE UP FOR EVER , Luvshuca concealer, The []

How To: Sweet Sensation…maya of LOVE

Sweet Sensation…maya of LOVE เมคอัพกับผู้หญิงเนี่ยมันเป็นของคู่กันอยู่แล้ว โดยเฉพาะเราน่ะ ทั้งขาววอก ทั้งมีรอยนู่นนี่ ถ้าไม่โบกกลบก็เหมือนขาดความมั่นใจไปส่วนหนึ่งเลยล่ะ แต่การแต่งหน้าทุกวัน บางทีมันก็เบื่อเนอะ แต่งยังไงดี บางทีคิดไม่ออกก็แต่งมันโทนเดียว โทนที่เราถนัดนี่แหละ… แต่พอแต่งทุกวันเข้า เราก็รู้ว่า แค่เพียงเราเปลี่ยนโทนสี เปลี่ยนเทคนิคการแต่งหน้านิดหน่อย มันก็สามารถเปลี่ยนลุคเราได้ให้ดูน่าสนใจมากขึ้น และรู้สึกสนุกกับการแต่งหน้าแต่งตัวในทุกๆเช้า เกริ่นมาซะตั้งนาน เรื่องของเรื่องคือจะมาเห่อเมคอัพเซ็ทล่าสุดที่เพิ่งสอยมาหมาดๆ ครั้งนี้ไม่ขอเห่ออย่างเดียว จัดไปเป็น How to เลยด้วย เพราะชอบสุดๆเลย Collection ใหม่ ของ MAYA เราว่าตอบโจทย์ผู้หญิงได้ดีนะ มี 5 ลุคให้เลือกแต่ง ไม่ซ้ำกันดี แต่เซทที่เราเลือกมาคือ “Maya Orchid Heaven” หรือเซ็ท LOVE นั่นเอง ธีมหลักของ collection นี้จะเน้นไปโทนชมพูหวานๆ ดูอ่อนโยน โรแมนติก (แต่ไม่เลี่ยนนะจ้ะ) ครั้งนี้เราขอลองหวานในแบบฉบับของ MAYA กับเค้าบ้าง จะหวานซักแค่ไหนไปชมกันเลย… นางเอกประจำ How to นี้ แต่นแต้นนน… “Maya Orchid Heaven Limited Edition” Maya Orchid Heaven eye colours Maya Orchid Heaven face powder Maya Orchid Heaven cheek colours Maya Orchid Heaven []

How To : Miss Marine (GAL style)

ก่อนการเมคอัพทุกครั้ง เราก็ต้องมาบำรุงผิวกันก่อน หากบำรุงไม่ดี นอกจากผิวจะดูไม่สดชื่นแล้ว  เมคอัพก็จะติดไม่ทนด้วยล่ะ สำหรับสกินแคร์ยามเช้าที่เราใช้อยู่ก็มีดังนี้จ้า…

Howto: My Graduation แต่งหน้าใ้ห้สวยใสในวันรับปริญญา

หลังจากมีน้องๆหลายคนรีเควสให้ลง How to แต่งหน้าแบบเบสิก รวมถึงแต่งหน้ารับปริญญา ครั้งนี้เลยได้นำฮาวทูแต่งหน้าแนวใสๆ ในวันรับปริญญา มาฝากเพื่อนๆกันค่ะ การแต่งหน้ารับปริญญา อาจแต่งได้หลากหลาย ทั้งเข้ม และแนวใสๆ สำหรับเราเอง ชอบแนวใสๆมากกว่า ได้ลุคนักศึกษาดี บางคนชอบแต่งเข้มๆ เวลาถ่ายรูปออกมาสวย แต่ระวังอย่าให้เข้มเกิน อย่าง smokey eyes ตาดำปื้ดเนี่ย เลี่ยงไว้ค่ะ เก็บไว้เปรี้ยวในวันเที่ยวดีกว่า งานพิธีการเช่นนี้ ต้องแต่งแบบสุภาพๆ โทนสีที่ใช้ก็ควรเป็น Earth tone หรือชมพูอ่อน ตาิวิ้งระยับเนี่ย ห้ามเชียวนะ บางสถาบันเคยให้นศ.ลบหน้ามาแล้ว สำหรับผม…อย่างในฮาวทูเนี่ยผิดระเบียบแน่นอนจ้ะ ในวันรับปริญญาควรทำผมสีเข้ม เช่นน้ำตาลเข้มหรือดำ บางคนย้อมสีทองมาแล้ว ก็ใช้วิธีเคลือบสี หรือย้อมชั่วคราวก็ได้ค่ะ สระไม่กี่ทีก็หลุด เกริ่นมามากแล้ว ไปชมฮาวทู step by step การแต่งหน้าแนวใสๆ ในวันรับปริญญากันดีกว่า ย้อนกลับไปดูรูปงานรับปริญญาเมื่อ 3 ปีก่อน ยังผมยาวอยู่เลย ในรูปเป็นรูปวันซ้อมใหญ่ค่ะ วันจริงเราทำผมดำสนิทเลย

Kirari’s How to : Happy Pink Berry

เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ได้ถอย Palette จาก Lavshuca ตัวใหม่ล่าสุดมา สีสันน่ารักสดใสมากๆ เลยอดไม่ได้ที่จะทำฮาวทูแต่งตาด้วยพาเลทอันนี้ ลุคที่จะแต่งในวันนี้เป็นลุคหวานอมเปรี้ยว โดยใช้สีชมพูและม่วงเข้มเป็นหลักค่ะ ไม่รอช้า ไปชมกันเลยจ้า ก่อนอื่นมาดู item ที่ใช้ในครั้งนี้กันก่อนค่ะ มาเริ่มกันที่ Step แรกกันเลย : Base Make Up Step เริ่มจากการปกปิดรอยสิวทั้งหลายด้วยคอนซีลเลอร์สีเขียวจาก Make Up For Ever หลังจากนั้นก็ครีมรองพื้นจาก Chanel รุ่น Vitalumiere ได้ลุคดิวอี้แบบหน้าไม่มัน เสร็จแล้วก็ลงคอนซีลเลอร์ Make Essence จาก SANA ปกปิดแพนด้า ปิดท้ายด้วยตบแป้งฝุ่นรุ่นโปร่งแสงจาก Laura Mercier ก่อนลง eyeshadow เราเืลือกใช้ Lunasol eyelid base ค่ะ เพราะจะทำให้ eyeshadow ติดทนนานมากขึ้น มาที่ Point ของวันนี้ การแ่ต่งตาแบบเปรี้ยวอมหวาน พาเลทที่ใช้ครั้งนี้ของ Kanebo Lavshuca Light Mix eyes PK1 ขั้นตอนที่ 1 ลงอายแชโดว์สีขาววิ้งใหญ่เบอร์ (1) ให้ทั่วเปลือกตา และลงบริเวณหัวตาด้านล่างบางๆ ขั้นตอนที่ 2 ลงสีชมพูอ่อนเบอร์ (2) บริเวณเปลือกตาและขอบตาด้านล่างทั้งหมด ขั้นตอนที่ 3 ลงสีขาวมุกวิ้งละเอียดเบอร์ (3) บริเวณกึ่งกลางของเปลือกตา ให้ดูตามีมิติและกลมโต []

How to : Kira Kira Lavender Land

Theme ของวันนี้คือ Kira Kira Lavender Land ตามชื่อแล้ว Kira kira แปลว่า วิ้งๆส่วนลาเวนเดอร์ก็เป็นดอกไม้สีม่วงที่มองแล้วสบายตา เมคอัพในครั้งนี้ก็เลยเน้นโทนม่วงวิ้งๆเป็นหลัก แต่งตามกันได้ไม่ยาก เมคอัพที่ใช้เนี่ย เพื่อนๆสามารถปรับเปลี่ยนได้ไม่ต้องใช้ตามเป๊ะๆก็ได้จ้า ไม่เสียเวลาแระ ไปดูกันเลย Make up ที่ใช้ทั้งหมดในครั้งนี้ค่ะ Step 1 Base make up 1. ลง Missha BB Boomer เพิ่มความบลิ๊งค์ๆให้ทั่วหน้า บูมเมอร์ตัวนี้จะช่วยให้บีบีเราติดทนมากยิ่งขึ้น และทำให้หน้าดู Glow มากๆเลยค่ะ ชอบมากๆ 2. ลง SANA eye concealer โดยใช้นิ้วนางเกลี่ยบริเวณใต้ตาเบาๆ 3. ลง Missha perfect cover BB cream ให้ทั่วโดยใช้แปรงเกลี่ยจะทั่วถึงที่สุดค่ะ หลังจากนั้นก็ใช้ฟองน้ำกดซับครีบส่วนเกินเบาๆก็เนียนกิ๊งแล้ว (ฟองน้ำเนี่ย แนะนำของ Lunasol ค่ะ เริ่ดที่สุดดด) 4. ลบรอยต่างๆด้วยคอนซีลเลอร์ รอยแดงทั้งหลายก็สีเขียว รอยดำสีม่วง แล้วกลบอีกทีด้วยสีเนื้อ (รายละเอียดการใช้คอนซีลเลอร์สีต่างๆอยู่ใน chapter เ่ก่าๆลองไปอ่านดูนะจ้ะ) 5. ตบแป้งฝุ่นให้ทั่วใบหน้า ครั้งนี้ใช้ของป้าลอ (Laura mercier) คุมมันได้นิดหน่อย 6. หลังจากนั้นก็ลง Lunasol eyelid base ให้ทั่วเปลือกตา ตัวนี้เนี่ยจะช่วยให้ eyeshadow สีสวยและติดทนนานขึ้น โดยเฉพาะพวกวิ้งๆเนี่ย วิ้งจะไม่ร่วงค่ะ ดีมากๆตัวนี้ []

รู้จักผิวหน้าของตัวเองอย่างแท้จริงครั้งแรกกับ dermalogica

เมื่อหลายวันที่ผ่านมาเราได้แวะไปที่เคาท์เตอร์ dermalogica เป็นครั้งแรก หลังจากที่เคยได้ยินชื่อนี้มาบ้างใน Aster Spring และก็เห็นเพื่อนๆ beauty blogger พูดถึงแบรนด์นี้กันหลายคนว่าวิเคราะห์ผิวหน้าได้ลึก และแตกต่างจากแบรนด์อื่น ด้วยความอยากรู้เลยอดที่จะแวะไปเยี่ยมไม่ได้ ครั้งนี้เราไปที่สาขาพารากอนค่ะ เคาท์เตอร์สีขาวสะอาดตา จัดวางสินค้าโชว์อย่างเป็นระเบียบ ไปถึงก็เจอคุณก้อย PR สาวสวยผิวดี๊ดียืนอยู่พอดี เลยขอแชะซักภาพ ก่อนที่จะวิเคราะห์สภาพผิวกับเครื่อง Face Mapping เราก็ต้องกรอกข้อมูล พร้อมกับตอบแบบสอบถามเรื่องผิวหน้าและปัญหา รวมถึงสิ่งที่ทำเป็นประจำทุกวัน เพื่อเป็นข้อมูลคร่าวๆให้กับทางผู้เชี่ยวชาญได้วิเคราะห์ถึงสาเหตุของปัญหาผิวเรา หน้าตาเครื่อง Face Mapping เป็นแบบนี้ค่ะ ด้านในที่เห็นเป็นแสงฟ้าๆม่วงๆ เป็น แบลคไลท์ไม่อันตรายต่อผิว ไม่ต้องกลัวเลยค่ะ เครื่อง Face Mapping เนี่ยเป็นการวิเคราะห์ผิวที่เป็นเอกลักษณ์ของ dermalogica สามารถบ่งบอกถึงสุขภาพผิวของเราอย่างแท้จริง การวิเคราะห์จะแบ่งออกเป็นโซนๆค่ะ ผู้ที่ทำการวิเคราะห์ให้เราก็จะบอกว่าแต่ละจุดเรามีปัญหาอะไร และควรป้องกันหรือแก้ไขอย่างไร การวิเคราะห์ด้วย Face Mapping พอเราส่องที่กระจกในเครื่องจะเห็นเป็นสีๆดังนี้ สีน้ำเงิน คือ สุขภาพผิวดี สีขาวหรือแถบขาว คือ มีการคั่งค้างของเซลล์ผิวที่ตายแล้ว สีม่วงอ่อน คือ ผิวที่ขาดความชุ่มชื้น สีม่วง คือ ผิวที่ขาดน้ำมันและความชุ่มชื่น สีน้ำตาลอ่อน คือ การเริ่มเป็นฝ้าที่ใต้ผิวหน้า สีน้ำตาลเข้ม คือ การเป็นฝ้า หรือ กระที่บนผิวหน้า สีส้มอ่อน คือ ผิวมัน สีแดง คือ ผิวเป็นสิวอุดตัน และสิวเสี้ยน และแล้ว ผลการวิเคราะห์ของเราก็ออกมา….. จากเดิมที่เราคิดเองอยู่เสมอว่าเราเป็นคนผิวมัน แต่แท้ที่จริงแล้ว ตอนนี้ผิวเราแห้ง ที่หน้ามันเป็นเพียงการขับน้ำมันเพื่อเคลือบผิวช่วงที่เราอยู่ห้องแอร์ (ซึ่งก็ทั้งวัน) แต่ผิวด้านในจริงๆแล้วแห้งมาก []

ความภูมิใจเล็กๆ ใน Thailand Blog Awards 2010

  เมื่อปลายเดือนกรฏาที่ผ่านมา เราเห็นเพื่อนๆบล็อกเกอร์หลายๆคนลงสมัครใน การประกวดบล็อก Thailand Blog Awards มีแต่คนคุ้นหน้าคุ้นตากันทั้งนั้น เราเลยลองส่งดูบ้าง ไม่ได้คาดหวังอะไร เพราะคนประกวดค่อนข้างเยอะมาก สาขาที่เราส่งไปคือ Shopping & Beauty Blog สำหรับการตัดสิน รอบแรกเค้าให้โหวตกันค่ะ โหวตเพื่อเข้ารอบ 1- 10 บล็อกคะแนนสูงสุด ในช่วง 10 กว่าวันที่เหลือเวลา ก็ได้แรงโหวตจากเพื่อนขาประจำบล็อก เพื่อนๆที่เพิ่งเข้ามาแวะอ่าน และที่สำคัญได้แรงจากเพื่อนๆบล็อกแก๊งค์มาเยอะมากๆ ในรอบโหวตรอบแรกเราก็ติด 1-10 ได้อันดับที่ 8 ค่ะ ตอนนั้นดีใจสุดๆ เป็น 1 ใน Top 10 กับเค้าด้วย หลังจากนั้นก็ไม่ได้ติดตามงานประกาศผลตัดสิน รอบสุดท้าย ซึ่งตัดสินโดยคณะกรรมการ จนมีพี่ทอฟฟี่แวะมาโพสท์ที่หน้า Facebook ถึงได้รู้ว่าเราติด 1 ใน 4 รางวัลด้วย (ตอนนั้นเค้าไม่ประกาศว่าใครได้รางวัลอะไร แต่ให้ไปลุ้นหน้างานกันเอง) ตอนนั้นก็ดีใจแบบ งงๆ เห้ย…บล็อกเราถูกใจกรรมการด้วย ดีใจๆ และแล้วก็มาถึงวันงานค่ะ วันที่ 26 สิงหาคม จัดที่เซ็นทรัลลาดพร้าว ที่นั่งไม่ค่อยมี เลยนั่งๆยืนๆตลอดงาน ก่อนอื่นก็แวะลงทะเบียนเพื่อติดสติกเกอร์สีส้มๆ (ซ้าย – รูปจากพี่ปูเป้ค่ะ) พิธีกรไฟแรงจากเนชั่น เป็นผู้ดำเนินรายการค่ะ ตอนเราไปถึงก็ประมาณ 1 ทุ่มแล้วล่ะ เพื่อนๆบล็อกแก๊งค์มากันครบแล้ว ของรางวัลในค่ำคืนนี้ค่ะ ถ้วยรางวัลสวยดีเหมือนกันน๊า (รูปจากพี่อาคุงกล่อง) และแล้วก็ถึงเวลาของ Shopping & Beauty Blog จ้า []

my Valentine @CDC

เพิ่งจะมีเวลามาอัพเดทล่ะ ฮ่าๆ ผ่านวาเลนไทน์มานานแล้วสิ วาเลนไทน์ที่ผ่านมาเราตั้งใจไปที่ CDC หรือ Crystal Design Center เรียกได้ว่าเป็นอาณาจักรของคนรักดีไซน์ เป็นศูนย์รวมการออกแบบที่ครบวงจร แห่งแรกของเอเชียเลย ที่นี่มีทั้งในส่วนของร้านค้า, พาร์คไว้นั่งเล่นหรือนัดพบ, ร้านอาหาร, ศูนย์การเรียนรู้, ห้องสัมมนา, ห้องสมุด, ร้านหนังสือ แต่ละร้านน่าสนใจทั้งนั้น เราไปตั้งแต่บ่ายสามค่ะ เดินเล่นเพลินมากๆ รอบๆมีสวนให้นั่งพักตลอดทาง โซฟาตัวนี้เก๋สุดๆไปเลย ชอบมากๆ โคมอะคริลิคตัวนี้ก็สวย ราคาแปดพันกว่าๆค่ะ ร้านค้ายังมาเปิดไม่ครบค่ะ นี่เพิ่งเปิดแค่เฟสแรกเอง แต่ว่า…แต่ละร้านที่มา เค้าทำกันเจ๋งๆทั้งนั้น เรียกว่าไม่ยอมแพ้กันเลย แต่ละตึกเค้าจะแบ่งเป็นประเภทของสินค้า ใครกำลังหาของแต่งบ้านนี่มาเลยค่ะ ไม่ผิดหวังแน่ๆ ช่วงนี้ร้านเปิดใหม่เยอะ มีของลดราคาเยอะค่ะ สวยๆทั้งนั้นเลย ตัวตึกก็อย่างที่เห็น เท่ แนวสุดๆ ยิ่งกลางคืนเนี่ย สวยมากๆค่ะ เก๋ป่ะล่ะ บรรยากาศยังกะห้างดังย่าน Roppongi ตกเย็นก็พักทานอาหารกันซักหน่อย ที่นี่ร้านไม่ค่อยเยอะ มีพวก momo paradise, EST.33, Viva cafe, Joke club และอื่นๆ รอบนี้ลงเอยที่โมโม ครั้งหน้าไม่พลาด EST.33 แน่นอน ร้านนี้น่านั่งสุดๆ แถมมีคนการันตีว่าคอปเปอร์เบียร์ สุดยอด ไว้ต้องลองค่ะ บรรยากาศตอนเย็นชิลมากกก ตึกตอนค่ำๆจะเปิดไฟค่ะ แต่ละตึกก็สีสันต่างกัน สวยมากๆเลยล่ะ ปิดท้ายวันวาเลนไทน์แบบแฮปปี้ๆ ทั้งอิ่มท้อง อิ่มตา หนุกหนานสุดๆ วันนี้แซมซื้อกระเป๋า PUMA สีทองให้ casual แบบเท่ๆดี แล้วก็ซื้อต้น Amaryllis สีส้มให้มาปลูก อืม…เราว่าก็ดีนะ []