Restaurant

Eating Out: MOVEaBAR 6 March 2012 (Potato)

ลืมอัพไปเลย…. วันนี้มานั่งจัดระเบียบรูปเลยเห็นว่ายังไม่ได้อัพนิหว่า เมื่อเดือนก่อนเรานัดแนะกับเพื่อนๆพี่ๆที่ทำงานไป MOVEaBAR Bar & Bistro แบบ mobile ครั้งแรกในไทย ซึ่งจะจัดที่กทม ซึ่งจัดแค่  13 วัน 13 ศิลปิน แล้วก็ย้ายไปที่จังหวัดอื่นต่อ ตอนแรกอยากไปในรอบของปาล์มมี่ แต่ดูวันว่างแล้ว 6 มีนาสะดวกสุด เลยได้รอบโปเตโต้ งานนี้แสงโสมเป็นสปอนเซอร์หลักค่ะ เมนูแต่ละอย่างจึงมีแสงโสมเป็นส่วนประกอบ ด้วยการรวมตัวของ  3 คนดัง คุณดวงฤทธิ์ บุนนาค Unique design เชฟเอียน กิตติชัย  Unique Food & Drink คุณยุทธนา บุญอ้อม  Unique Entertainment

Nuffnang 5th Anniversary “NERDy Party” @too fast to sleep cafe

เมื่อเสาร์ที่ผ่านมาเราได้ไปงาน Blogger meeting ของ Nuffnang Thailand มาค่ะ งานนี้พิเศษตรงที่เป็นงานฉลองครบรอบ 5 ปีของ Nuffnang ด้วยล่ะ Theme วันนี้คือ “เด็กเนิร์ด” ค่ะ แต่ละคนก็เนิร์ดกันมาคนละแบบเลย ไปถึงงานปุ๊ป Naffy ก็เข้ามาถ่ายรูปแล้วเขียนอวยพรเล็กๆ้น้อยๆเป็นที่ระลึก

Eating out: จัดเต็มที่ W by Wanlamun ร้านอร่อยกลางเชียงใหม่

ร้าน W by Wanlamun เป็นร้านอาหารและร้านขนมชื่อดังใจกลางเมืองเชียงใหม่ค่ะ เป็นร้านในเชียงใหม่ที่เราชอบที่สุดก็ว่าได้นะ เพราะอร่อยเทพทุกอย่างจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหารเหนือ อาหารฟิวชั่น และขนมที่ทั้งสวยและอร่อย  

Dinner at Sushi masa (鮨正)

(via mobile) วาเลนไทน์ปีนี้มาหาอะไรหม่ำที่ย่านราชเทวี เป็นร้านซูชิร้านดัง คนเยอะมากจริงๆ รอนานมาก สั่งแล้วก็รอนาน แต่ทานแล้วไม่ผิดหวัง ชอบอุนิกับอิคุระที่สุดเลย

Yoshinoya ร้านข้าวหน้าเนื้อจากญี่ปุ่น

เมื่อพูดถึงร้านข้าวหน้าเนื้อของญี่ปุ่น Yoshinoya เป็นร้านแรกๆที่เรานึกถึงเลยล่ะ ตอนที่เราเรียนที่ญี่ปุ่น ก็ไปทานบ่อยๆ ด้วยความที่มีสาขาเยอะมาก ไปย่านไหนก็มี ราคาไม่แพง อร่อยและที่สำคัญ รวดเร็วมากๆ และนอกจากที่ญี่ปุ่นแล้ว Yoshinoya ก็มีสาขาทั่วโลก มากกว่า 1,600 สาขา และปีนี้ก็เป็นปีที่ 112 ที่ได้เปิดบริการมา สุดยอดมั้ยล่ะ! สำหรับเมนูดังสุดๆคงหนีไม่พ้น Gyudon หรือข้าวหน้าเนื้อค่ะ แต่คนที่ไม่ทานเนื้อก็อย่าเพิ่งเมินหน้าหนีไป เพราะ Teriyaki (ไก่ย่าง) ที่นี่ก็สุดยอดค่ะ Yoshinoya มาเปิดสาขาที่ไทยแล้วด้วย สดๆร้อนๆไม่นานมานี้ที่ห้างสุดฮอต Central ลาดพร้าว ที่เพิ่งรีโนเวทใหม่ โดยอยู่ที่ชั้นใต้ดินค่ะ หากไปช่วงเที่ยงหรือเย็น ต้องรอหน่อยค่ะ คนเข้าคิวเยอะจริงๆ ดิสเพลย์หน้าร้านก็มีหลากหลายเมนูยั่วน้ำลาย รอพักนึงก็ถึงคิวเราแล้ว เย่… ภายในร้านช่างต่างจากที่ญี่ปุ่นมากมาย… สวยกว่าเยอะเลยล่ะ ที่ญี่ปุ่นเป็นร้านเล็กๆ ที่นั่งแบบบาร์ซะส่วนมาก เน้นเร็ว และใช้เนื้อที่สูงสุด มาดูเมนูกันค่ะ มีทั้งเมนูแบบแยกสั่ง (แบบญี่ปุ่น) หรือจะสั่งแบบเซ็ทที่คนไทยนิยมก็มีค่ะ แน่นอนว่าเซ็ทคุ้มกว่าล่ะ ในส่วนของเซ็ทก็จะแบ่งออกเป็น A และ B A จะมีซุป กับเครื่องดื่ม ส่วน B จะเป็นสลัด หรือกิมจิ และเครื่องดื่ม ซึ่งแพงกว่านิดหน่อย จานคอมโบ้น่าสนใจสุดๆค่ะ เมนูมีให้เลือกพอสมควรเลยล่ะ ตอนนี้หิวแล้ว…สั่งเลยแล้วกัน แต่ละเมนูรอไม่นานค่ะ 5 – 10 นาทีก็มาเสิรฟแล้วล่ะ จานแรกขาดไม่ได้ค่ะ Original Menu “Gyudon” จะเป็นเนื้อสไลด์ตุ๋นค่ะ นุ่มๆ หวานน้ำตุ๋นตามแบบกิวด้ง รสชาติไม่เพี้ยนจากญี่ปุ่น เราสั่งไซส์ปกติค่ะ []

ร้านส้มตำมั้ยซ์ และ Beer Mansion @Mansion 7

กลับมาหาอะไรทานกันที่ Mansion 7 อีกแล้ว ครั้งก่อนเคยรีวิวไว้หลายร้าน ทั้ง ร้านข้าวแกงกะหรี่ “Nana” ร้านขนมจีน “เครื่องเส้น” ร้านอิซากายะแบบญี่ปุ่นๆ “飲んで飲んで (nonde nonde) “ และมารอบนี้ ขอพาไปชิมอีก 2 ร้านค่ะ คือ ร้านส้มตำมั้ยซ์ และ ร้าน Beer Mansion เริ่มกันที่ร้านแรกก่อน ส้มตำมั้ยซ์ ร้านอาหารอีสาน เด่นที่มีส้มตำตามกรุ้ปเลือดค่ะ แต่เราไม่ค่อยสนใจอ่ะ สั่งแต่อย่างที่อยากทาน การเลือกใช้แก้ว หรือภาชนะแต่งร้านก็ดูอีสานดีค่ะ น่ารักดี เมนูแรกที่เลือกคือ ส้มตำไข่ยางมะตูม (เหมาะกับคนกรุ้ป B) ราคา 90 บาท ตอนมาเสริฟแอบงอนนะ ยางมะตูมเหรอ…….. เกือบสุกแล้วนะนั่น เซ็งไปเล็กน้อย แต่ลองชิมแล้ว กรี๊ดดดด อร่อยแซ่บ เส้นมะละกอไม่เละ ไม่แข็งเกิน รสชาิดดีมากๆเลย แต่มันก็คือตำไทยปกติอ่ะ (ตำไทย 69 บาท แต่พอใส่ไข่เกือบสุกมา กลายเป็น 90 สุดยอดจริงๆ) เมนูต่อไป เนื้อเซอร์ลอยด์โคขุนโพนยางคำ ราคา 180 บาท เนื้อสไลด์บางๆ ไม่เหนียว รสชาดโอเคเลย อร่อยดีค่ะ ที่อยากชมอีกเรื่องคือ การใช้ผักตกแต่ง เค้าใช้พริกเป็นก้านรัดล่ะ สวยดูดีมากๆ อีกซักเมนูนึง ปีกไก่ทอด ราคา 120 ดูในรูปอาจจะไม่เห็นขนาดปีกไก่ คือสังเกตจากถ้วยน้ำจิ้มเล็กๆนั่นแล้วกัน ปีกไก่ไซส์นิ้วก้อยเรา สงสารไก่ ยังตัวเล็กอยู่แน่ๆ หรือใช้ไก่อะไรกันอ่ะ []

ร้านไอศครีมสุดโปรดของเรา…Sfree and Parferio

เราเป็นคนที่ไม่ชอบทานครีมสด แต่ชอบทานไอศครีมที่สุด แปลกๆมั้ยล่ะ… ร้านไอศครีมที่เราชอบเนี่ยมีไม่กี่ร้านค่ะ และร้านที่ชอบที่สุด ก็คงหนีไม่พ้น Sfree ไอศครีม Sugar Free ร้านไอศครีมและพาเฟ่ต์สัญชาติญี่ปุ่น สาขาที่เราไปบ่อยๆก็คือที่เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะค่ะ ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ครั้งนี้ใช้กล้องมือถือถ่าย เพราะจำได้แม่นว่า ก่อนหน้านี้เคยหยิบกล้องถ่ายรูปออกมาถ่าย โดนพนักงานห้ามซะลั่นร้าน เหอๆ รอบนี้เลยไม่ล่ะ เอากล้องมือถือนี่แหละ วันนี้ไปกันหลายคนเลยสั่งได้หลายเมนูหน่อย เมนูแรกที่เห็นหน้าร้านเลย เป็นเมนูพิเศษของช่วง White Day ค่ะ (วันนี้แหละ 14 มีนาคม) เป็นวัฟเฟิล กับไอศครีมชอกโกแลต ตัววัฟเฟิลนิ่มๆ ไม่ค่อยถูกปากเราเท่าไหร่ ชอบประมาณ A&W มากกว่า กรอบแต่นุ่ม แต่ตัวไอศครีมชอกโกแลตนี่แบบว่า… อร่อยมากกกกก อยากกินอีกๆๆๆๆ ถัดมาก็สั่งเมนูชอกโกแลตล้วนๆเลยค่ะ อร่อยจริงๆ เข้มข้น ไม่หวานเกิน ถัดมา ก็สั่งเมนูพิเศษอีกเช่นกัน เป็น Chocolate Lava หลังจากติดใจมาจากร้าน Tempo ของพี่สาวสุดสวย เห็นที่ Sfree มีเมนูนี้เลยอดสั่งไม่ได้ ด้านล่างจะเป็นชอกโกแลตลาวา ด้านบนจะเป็น soft cream ค่ะ ก็อร่อยดีนะ แต่ซอฟท์ครีมละลายเร็วมาก เพราะด้านล่างมันร้อน ต้องทานด้วยสปีดที่เร็ว ถ้าทางร้านเสริฟแยกกันน่าจะดีกว่านี้นะคะ เพราะมันเละ และละลายเร็วมากๆ ส่วนอีกเมนูประจำของเรา เราชอบทานเกล็ดไอศครีมที่ร้านนี้มาก (Granita) โดยเฉพาะรสนมค่ะ อร่อยถูกใจเรา เมนูนี้เพิ่ม ผลไม้เข้าไปด้วย ด้านล่างเป็น Granita รสนม ด้านบนเป็นไอศครีมรสนมค่ะ เราสั่งโมจิมาทานเพิ่มด้วย เข้ากันดี (สั่งมา 4 []

ศึกปะทะร้านข้าวหน้าเนื้อ :: ChouNan Cafe สุขุมวิท 24 VS Kinniku Gyudon อารีย์

Gyudon หรือข้าวหน้าเนื้อ เป็นอีกเมนูโปรดของเรา ที่เจอเป็นเมื่อไหร่ ก็อยากแวะไปลองชิมทุกครั้ง เมื่อไม่นานมานี้ เราได้รู้จักร้านใหม่ เลยได้โอกาสไปชิม (จริงๆเค้าก็มีมาพักใหญ่แล้วล่ะ) ร้านแรก คือร้าน ChouNan Cafe อยู่ที่สุขุมวิท 24 และอีกร้านคือ Kinniku Gyudon อยู่ที่วิลล่าอารีย์ค่ะ แต่ละร้านจะมีจุดเด่นน่าสนใจอย่างไร ตามมาชิมกันเลยค่ะ มากันที่ร้านแรกก่อน ChouNan Cafe ร้านเป็นกระจก น่ารัก น่านั่งมากๆค่ะ ภายในตกแต่งได้น่ารักถูกใจเรามากเลย เข้าไปถึงก็ดูเมนูก่อนเลย เอานี่แหละ…ข้าวหน้าเนื้อกับไข่ออนเซ็น สั่งอาหารเสร็จก็เดินวนๆ ถ่ายรูปในร้าน (ตอนนั้นไม่มีคนเลยค่ะ นั่งกับน้องแม้วสองคน โรแมนติ๊ก โรแมนติก ฮ่าๆ) มองไปที่บาร์ เอ๊ะๆๆๆๆๆๆ โฮกาเด้น (น้ำลายยืดด) ไม่ๆๆๆ วันนี้วันพระ ข่มใจแล้วกลับไปนั่งเรียบร้อย รออาหาร ผ่านไปเกือบ 10 นาที มาแล้ว…. ข้าวหน้าเนื้อที่รอคอย ประทับใจไข่ออนเซ็น ฮ่าๆ น่าหม่ำชะมัดเลยล่ะ น้องแม้วไม่ทานเนื้อ เลยสั่งหมูมา หน้าตาคล้ายกันเลยค่ะ เมนูนี้ราคาไม่แพงเลย 150 บาทเอง จิ้มๆๆๆ ข้าวหน้าเนื้อรสชาติดี แต่เนื้อแข็งและเหนียวกว่าร้านอื่นที่เคยทานมา น้ำซุปที่ให้มา ช่วยแก้เลี่ยนได้ดีเลยค่ะ ปริมาณที่ให้กำลังดี ไม่อิ่มเกิน ไข่ออนเซ็นเป็นเมนูที่เข้ากับข้าวหน้าเนื้อมากๆ คลุกๆแล้วจะได้รสหวานของไข่ผสม ไม่รู้สึกคาวค่ะ อร่อยดี สั่งเคิล์ลี่ฟรายด์มาทานเล่นด้วย คล้ายๆของ A&W ต่างกันที่ซ้อส เป็นมายองกับ ซ้อสมะเขือเทศ จานนี้ถ้าจำไม่ผิด 75 บาทค่ะ สรุปคะแนน ความอร่อยโดยรวม 7/10 []

ปาร์ตี้กันที่ Seasons Change รัชดา 18

เมื่อเดือนก่อนมีปาร์ตี้เล็กๆในกลุ่มเพื่อนร่วมงานค่ะ ร้านที่เลือกก็คือร้านนี้ Seasons Change ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ซอยรัชดา 18 เป็นร้านใหญ่พอสมควรเลย เราเคยมาที่นี่เมื่อนานมาแล้ว แต่ไม่ประทับใจเรื่องอาหารเท่าไหร่ คือช้า และไม่อร่อย แต่ครั้งนี้ลองกลับมาอีกที เผื่อว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง วันที่เราไป เราไปเร็วค่ะ คือเพิ่งเปิดร้านกันก็ว่าได้ ไปถึงที่นั่น 5 โมงนิดๆ เป็นโต๊ะที่ 2 ของร้านเลยค่ะ พนักงานก็บริการได้รวดเร็วดี อาหารมาเร็วมากๆ (แน่สิ) ในร้านจะมี 2 zone คือส่วน outdoor จะมีดนตรีสด เริ่มค่ำๆค่ะ ส่วนโซนห้องแอร์ด้านในก็จะส่วนตัวนิดนึง เราเลยเลือกด้านใน (ไม่อยากโดนยุงกัด) ครั้งก่อนเราเคยนั่งข้างนอกแระค่ะ ยุงกัดตึม ไม่รอช้า ไปดูเมนูที่สั่งกันเลย…. เริ่มกันที่จานนี้ เกี๊ยวห่อชีส จานนี้เราสั่งเป็นจานแรกเลย เพราะชอบค่ะ ก็เกี๊ยวธรรมดาห่อชีสข้างในนี่แหละ แต่อร่อยดี ทานเล่นเพลินๆ ปลากระพงทอด เนื้อสดขาวเด้ง ทอดได้อร่อยค่ะ น้ำจิ้มซีฟู้ดอร่อยมาก ถูกปากเราค่ะ กุ้งพันเบคอน จิ้มกับซอสพริก ก็อร่อยดีค่ะ กุ้งตัวใหญ่พอสมควร แต่จานนี้มันนิดนึงค่ะ ต้องทานคู่กับผักซักนิด ต้มยำกุ้งน้ำข้น อร่อยมากเลย เป็นรสชาดที่เราชอบค่ะ เปรี้ยวๆหวานๆ เผ็ดๆ กุ้งจะผ่าครึ่งมาให้ตั้งเป็นหม้อไฟร้อน ขาหมูทอด ขาหมูทอดที่นี่อร่อยเหมือนกันนะคะ จิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู้ดอร่อย ไม่เลี่ยนเลย เราต้องขอน้ำจิ้มเพิ่มเลยล่ะ ปลาหมึกแดดเดียว ค่อนข้างเหนียวนิดนึงค่ะ รสออกเค็ม จิ้มกับซอสพริกก็อร่อยใช้ได้นะ ปิดท้ายที่ ยำถั่วพู อร่อยค่ะ ยำใช้ได้เลย รวมๆแล้ววันนี้ที่ไปมา อร่อยทุกอย่าง อาหารมาไวมากด้วย วันนั้นไปกัน 10 กว่าคน []

ร้าน 飲んで飲んで (nonde nonde) อิซากายะสไตล์ญี่ปุ่นที่ Mansion 7

วันนี้พาชิมกันที่ Mansion7 กันอีกครั้ง ในครั้งนี้จะพาเิดินเข้าร้าน飲んで飲んで (อ่านว่า นน เดะ นน เดะ) เป็นภาษาญี่ปุ่น แปลว่า ดื่ม…ดื่ม… หน้าร้านจัดได้น่ารักน่าเดินเข้ามากๆ บรรยากาศญี่ปุ๊นญี่ปุ่นแบบ อิซากายะ (ร้านเหล้าข้างทาง) การตกแต่งเราว่าโอเคนะ ชอบๆ รู้สึกว่าน่านั่งดี วันที่เราไปอาจจะไปเร็วไปหน่อย (ประมาณ 5 โมงเย็น) คนไม่ค่อยมี เมนูที่เราสั่งกินเล่นวันนี้ก็เป็น Cheese Teriyaki (ไก่ย่างชีส) และ Takoyaki รอแล้วรออีก อาหารก็ยังไม่มา…. หลังจากนั่งมองไปมองมาก็รู้แระ ทำไมนาน เค้าเพิ่งจะจุดเตาถ่านนี่ แหม…ดีนะวันนั้นอารมณ์ดี ไปกับเพื่อนๆ ไม่งั้นคงบ่นกระจาย เม้าท์ไปเม้าท์มา…เริ่มไม่มีไรเม้าท์แระ …. และแล้วก็ผ่านไป 30 นาทีกว่าๆ…ในที่สุดจานแรกก็มาแล้ววว ทาโกะที่รอคอย… รสชาติอร่อยทีเดียวล่ะ 1 ไม้ มี 4 ลูก โรยสาหร่ายและปลามาไม่อั้น ทำให้ร้อนๆ ข้างนอกกรอบ ข้างในนุ่ม จานนี้ถ้าจำไม่ผิด 75 บาทนะ ถือว่าโอเค สมราคา สมความอร่อยที่รอค่ะ ไม่นานนัก จานที่สองก็มา… ไก่ย่างชีสสสส จานนี้เด็ดนะ…ถ้าไปไม่อยากให้พลาด เพราะอร่อยมากค่ะ (แม้ว่าจะแพงไปนิด 2 ไม้ 100 บาท) ชีสเยิ้มๆ ไก่นุ่มๆ เข้ากันที่สุด อร่อยบันไซจริงๆ (อัพเดท หลังไปทานมาอีกรอบ รออาหารนานมากเช่นเคย) เมนูหมูม้วนไส้ชีส อร่อยดีค่ะ ราคา 170 บาท []

Tomato Noodle ราเมงมะเขือเทศ เพื่อสุขภาพ

Tomato Noodle เป็นร้านราเมงญี่ปุ่นสูตรมะเขือเทศ มีความโดดเด่น และแตกต่าง แม้ว่าเปิดตัวได้ไม่นานแต่ก็มีคนไปทานเต็มร้านตลอด พิกัดร้าน หาไม่ยากเลยค่ะ ลงรถไฟฟ้าศาลาแดง เดินเข้าซอยมานิดเดียวก็เจอ (ปากซอยเป็นธนาคาร และ Super sport) ร้านเล็กมากค่ะ ใึครไปช่วงเที่ยงๆ อาจจะต้องรอคิวบ้าง มาดูเมนูในร้านกันบ้าง… บอกตามตรง เราไม่ใช่คนชอบทานราเมงอะไรหรอก อยู่ญี่ปุ่นนี่ก็นับครั้งได้เลย ไม่ค่อยได้ทานราเมงหรอกค่ะ เว้นแ่ต่ว่าเพื่อนชวนไป ก็ไปตามเค้า ร้านนี้ก็เช่นกัน เราก็ไปตามๆเพื่อนนั่นแหละ เปิดเมนูมา…ตายล่ะหว่า มีราเมงแค่สองแบบเอง ทำไงดี มะเขือเทศก็ไม่ชอบกิน เหลือบไปเห็น Shoyu Ramen เลยสั่งชามนี้เลย ตอนแรกกะว่าจะสั่งแค่ชามเดียว แต่เพื่อนแนะนำว่า ชาชูที่นี่สุดยอดดด จานละ 30 เอง ก็เลยไม่พลาดค่ะ สั่งด้วย…ไม่มีกลัวอ้วน อิอิ รอแ้ป้ปนึง อาหารก็มา… หน้าตาโชยุราเมงธรรมด๊า ธรรมดา แต่พอชิมซุป…ไม่ธรรมดาแฮะ อร่อยดี นอกจากซดน้ำซุปปกติแล้ว เหลือบไปมองด้านข้างจะเห็นเครื่องปรุง ซึ่งไม่ธรรมดาค่ะ ทำไมมีขวดชีสมาวางตรงนี้ล่ะ ???? และนี่ก็เป็นอีกสูตรเด็ดของทางร้านค่ะ น้ำซุปที่เข้ากับชีสได้เป็นอย่างดี อเมซซิ่งเจแปนอีกแล้ว… แต่เราเป็นคนชอบทานชีส เลยไม่โรยแค่ซุปค่ะ โรยมันคำต่อคำนี่แหละ สะใจดี อิอิ มาดูหมูชาชูกันบ้าง เนื้อนุ่ม ซ้อสอร่อยมากๆๆๆๆๆๆๆ คือ 30 บาทที่คุ้มจริงๆ ถูกปากเรามากค่ะ แต่ใครกลัวอ้วนก็ข้ามๆไปนะคะ มันเยอะทีเดียวล่ะ ข้าวหน้าหอมญี่ปุ่นหมูชาชูก็มีค่ะ ให้หมูมาเยอะมากๆ ข้าวก็เยอะ อิ่ม อืดกันเลย ส่วน Tomato Ramen (ฺำืBeni) สูตรพิเศษของร้าน หน้าตาน่ากินมากก []

SUMI SUMI Yakiniku (again)

SUMI SUMI Yakiniku เป็นร้านบุฟเฟต์เนื้อและอาหารทะเลค่ะ มีอยู่หลายสาขา ครั้งแรกเราไปทานที่สาขาแรกคือสุขุมวิท 24 อยู่ข้างๆเอ็มโพเรียม ต้องจอดรถในห้างค่ะ ร้านเล็กๆแต่คนเต็มตลอด อีกครั้งนึงก็ไปทานที่สาขา The Mall งามวงศ์วาน รูปอาจมีไม่มาก และไม่สวยมากมายเพราะใช้มือถือถ่าย และรีบถ่าย (กลัวไม่ได้กิน ฮ่าๆ) ทุกครั้งที่เราไปทานก็มักจะเลือกเซท 699 ค่ะ เพราะได้บุฟเฟต์เนื้อวากิวด้วย ** เนื้อวากิว ก็คือเนื้อจากวัวชั้นดี ที่ได้รับการเลี้ยงดูมาเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น ในส่วนของอาหารที่ให้วัวกินก็จะเป็นพวกเบียร์ และอาหารพิเศษต่างๆ นอกจากนี้ ก็ยังมีการนวดตัว เปิดเพลงเพื่อให้วัวผ่อนคลาย และไม่ให้วัวออกกำลังกาย เนื้อที่ได้จึงมีไขมันแทรกอยู่เป็นจำนวนมาก วากิวจะแบ่งเกรดกันด้วย Marbling score ซึ่งมีตั้งแต่ 1-12 ค่ะ ลายมาก ก็ยิ่งแพง ยิ่งดี ยิ่งนุ่ม (พวกเนื้อโกเบ หรือมัตทซึซากะ ก็เป็นเนื้อวากิวค่ะ ต่างกันแค่สถานที่มาแค่นั้นเอง) เมนู 699 จะทานได้ทุกอย่างค่ะ จานที่พิเศษเพิ่มเข้ามาก็เป็นวากิว เนื้อแกะออส เนื้อสุมิสุมิ คุโรบุตะ และอื่นๆ หากใครไปทานก็แนะนำให้สั่งๆไว้เลยค่ะ เพราะอาหารมาเป็นช่วงๆ ขาดตอนบ่อย สั่งไปได้มั่งไม่ได้มั่ง ยิ่งถ้าไปกันเยอะๆ สั่งเยอะๆ บางทีก็มั่วๆมาก็มี ก่อนพูดถึงอาหาร มาดูที่น้ำจิ้มกันก่อน เค้ามีสามช่อง สามสูตรค่ะ ในสามช่องนี้เราชอบแจ่วสุดค่ะ ซีฟู้ดก็โอเคแต่ไม่ได้อร่อยมาก (เราชอบน้ำจิ้ม ของ Miyabi ที่สุดค่ะ เติมไม่รู้มันกี่รอบ อร่อยจริงๆ ) มาดูคุณภาพแต่ละจานที่สั่งมากันดีกว่า… จานแรกที่มาเป็นวากิวค่ะ (แอบผิดหวังนิดนึงเพราะครั้งก่อนเนื้อดีกว่านี้มากๆ) ชั้นไขมันน้อยจังจานนี้ จานนี้เนื้อสุมิสุมิค่ะ []