Omakase สไตล์ Kaiseki | “KINU by TAKAGI” ที่โอเรียนเต็ล

OMAKASE สายลักชู  หรูๆ 5 ดาว
“KINU by Takagi” ที่ Mandarin Oriental Hotel ที่นี่จะเป็น Omakase แบบ Kaiseki 
มี Sake Paring กับอาหารด้วย ร้านนี้ก่อตั้งโดยเชฟ Takagi เจ้าของร้านมิชลิน 2 ดาวที่เกียวโต 

ที่นี่เมนูเปลี่ยนไปตามฤดูกาล เดือนนี้จะมีวัตถุดิบหลักจาก Fukuoka ด้วย
แต่ละจานที่เสิร์ฟมีความละเมียดละไมในการเตรียมวัตถุดิบ จะต่างกับโอมาคาเสะทั่วๆ ไปในไทยที่เราทานกันนะ
หลายๆ แห่งจะเน้นความสดใหม่ของวัตถุดิบเพียงอย่างเดียว
แต่ที่นี่ มีทั้งของสด และของที่ผ่านการปรุงหลายขั้นตอน กว่าจะออกมาเป็น 1 เมนู
เรียกว่าเป็นอาหารที่มีความซับซ้อน และผ่านการคิดมาเป็นอย่างดี


จุดนี้เราว่าเป็นจุดเด่นของร้าน และชูความเป็น Omakase แท้ๆ จากญี่ปุ่นได้ดี
ยิ่งได้สาเกญี่ปุ่นมา Paring ด้วยแล้ว ยิ่งชูรสชาติได้ดียิ่งขึ้น

ร้านจะอยู่บริเวณชั้น 2 ของโรงแรมโอเรียนเต็ล เดินขึ้นบันไดมา อยู่ซ้ายมือ ทางเข้าเดียวกับ Lord Jim’s

ร้านไม่ใหญ่ นั่งได้เต็มที่แค่ 10 ที่เท่านั้น
การจัดร้าน จัดแสงดีมากๆ เป็นร้านที่ถ่ายรูปอาหารได้สวย

คอร์สแรกคือ 先付 Sakizuke เปิดลิ้นด้วยจานนี้คู่กับ Sake Paring 

เนื้อ Ise Ebi และ Kurumu Ebi คลุกมากับ “Yuzu happo-dashi jelly” เป็นการผสมดาชิ (น้ำซุป) เข้ากับความหอม เปรี้ยว สดชื่น ของยุซุได้ดีมาก เมนูนี้ทานจนหมดจนหยดสุดท้าย มันดีมากก

สาเกที่เสิร์ฟพร้อมกับเมนูนี้ ยิ่งเพิ่มความสดชื่น และเปิดต่อมการรับรู้รสได้ดียิ่งขึ้น

คอร์สที่สอง 椀盛 Wanmori

วันนี้เสิร์ฟเป็นซุปปลาอามะได เนื้อนุ่ม มาพร้อมโมจิเห็ดหนึบๆ ตัวซุปเป็นดาชิคอมบุ กับปลาแห้ง
จานนี้เราชอบความละเอียดของการเตรียมวัตถุดิบมากๆ เลย
ดูใส่ใจทุกๆอย่าง ทั้งผักที่ห่อมาราวกับช่อดอกไม้ และ การผูกเชือกแบบ Mizuhiki 
การเลือกใช้จาน ชาม ก็เช่นกัน เปิดออกมาสวยงาม ประทับใจมากๆ 

คอร์สที่สามคือ 造りTsukuri จะมาด้วยกัน 2 เมนู
จานแรกจะเป็นซาชิมิรวมของสดประจำวัน

เวลาทานแนะนำให้วางวาซาบิลงบนเนื้อปลา แล้วค่อยจิ้มโชยุ ซึ่งวาซาบิสดของที่นี่อร่อยมาก
อีกจานที่เสิร์ฟมาในคอร์สนี้คือ หอยนางรม
เชฟจะนำไปลวกให้สุกเล็กน้อย และคลุกกับซอสเจลลี่ยุซุ ท็อปด้วยผักสามสี 

คอร์สที่สี่ 寿司 Sushi
วันนี้เชฟเสิร์ฟเป็นส่วน Chutoro เนื้อส่วนท้องบริเวณใกล้ครีบ
ระดับความมันกำลังดี ไม่เลี่ยนเกินไป ทานแล้วอยากขอเพิ่มอีกหลายๆ คำ อร่อยมาก

คอร์สที่ห้า 八寸 Hassan

คอร์สนี้ตะมุตะมิ น่ารักน่าทานมาก มีความหลากหลายในจานเดียว
 เวลาทานให้เริ่มจากถ้วยใสด้านซ้ายมือ และวนทวนเข็มนาฬิกา
เริ่มจาก ปลาหมึกสดคลุกไข่ปลาค็อด หรือ เห็ดชิตาเคะ คลุกซอสก็ได้
จากนั้นวนทวนเข็มนาฬิกา จะเป็นซูชิ, รากบัว และ จบที่ Slow cooked duck 
เป็นการไล่รสชาติ จากอ่อน ไปเข้ม ตามสไตล์โอมาคาเสะ

คอร์สที่หก 揚物 Agemono
จานนี้จะเป็น Shirako และ เนื้อปลาค็อตทอด ราดด้วยซอส Negi

คอร์สที่เจ็ด 合肴 Aizakana

เมนูนี้พระเอกคือเป๋าฮื้อตัวใหญ่มาก ใหญ่กว่าฝ่ามือเราอีก
เมนูนี้เชฟจะนำเป๋าฮื้อไปนึ่งให้สุกเล็กน้อย คลุกเคล้ากับซอสที่ทำจากตับเป๋าฮื้อ
มาในจานที่เป็นลาย Signature ของทางร้าน

ในระหว่างที่เรากำลังเพลินกับอาหารคอร์สอื่นๆ
ก็เริ่มได้กลิ่นความหอมของเนื้อโชยมาแล้ว  เชฟกำลังเตรียมเนื้อในคอร์สถัดไป
ที่นี่มีสาเกหลายชนิด ในเมนู Spring Season นี้เชฟเลือกใช้สาเกจากจังหวัด Fukuoka ซึ่งเชฟจะเลือกให้เข้ากับรสชาติของจานนั้นๆ ของสด ของย่าง เข้าคู่กับสาเกที่มีความหอม และระดับที่แรงขึ้นกว่าขวดแรกๆ 

คอร์สที่แปด 焼物 Yakimono

ของย่างในคอร์สนี้มีทั้งหมด 2 จาน 
จานแรกเป็นปลาคินเมไดย่างถ่าน เสริฟพร้อมซอสน้ำมะนาวไทย
ทานต่อจากเป๋าฮื้อคือดีมาก คือด้วยความที่เป็นประเภทอาหารทะเลเหมือนกัน
แต่ปลามีรสหวาน ละมุน ตัวซอสมีความหอมและเปรี้ยวของมะนาว เหมือนกับการปรับลิ้นเพื่อเข้าสู่เมนูเนื้อได้ดี

จานถัดมาในคอร์ส Yakimono จะเป็นจานเนื้อ
ซึ่งเนื้อที่ใช้ในวันนี้คือ Hakata Wagyu มาจากจังหวัด Fukuoka
วัวสายพันธุ์ขนดำและน้ำตาล เจ้าของรางวัลชนะเลิศ “สายพันธุ์วัวเหรียญทองโอลิมปิก” 
จุดเด่นคือ เป็นวัวที่ถูกเลี้ยงอย่างดีนานกว่า 20 เดือน ในสภาพแวดล้อมที่ไร้ความตึงเครียดท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม และ ให้ทานแต่ธัญพืชอย่างดี ทำให้เนื้อวัวมีความเฟิร์ม และชั้นไขมันที่สวย เนื้อที่ได้จึงละลายในปาก

จานนี้เชฟได้นำเนื้อ ฮากาตะวากิว ไปแพนเซียก่อน ให้ยังคงความชุ่มฉ่ำ
จากนั้นค่อยนำมาย่าง เพื่อให้ได้กลิ่นที่หอม เสิร์ฟพร้อม asparagus และ black truffle

เมนูนี้ทานแล้วแสงออกปากจริง! เนื้อนุ่มแบบละลายในปาก มีความชุ่มฉ่ำ
ด้วยเกรด A5 ยังแอบแซวเชฟเลยว่า ขอเนื้อทั้งก้อนได้เลยมั้ยคะ 😀

คอร์สที่เก้า 御飯 Rice
คอร์สปิดท้ายของคาวด้วย ข้าวนึ่งหอย Hamaguri เสิร์ฟพร้อมซุปมิโสะแดงของดังจาก Nagoya

คอร์สที่สิบ デザート Dessert มีทั้งหมด 2 เมนู
ของหวานวันนี้เป็นการรวมตัวของของอร่อยจากญี่ปุ่น ทั้ง 
Amaou Strawberry สดๆ จาก จังหวัด Fukuoka 
สตรอว์เบอร์รี่พันธุ์นี้เรียกว่าเป็นของดังของจังหวัด
จุดเด่นของ “อามะโอ” คือ ลูกใหญ่รูปร่างกลมโต ผิวมีสีแดงมันวาว รสชาติหวานฉ่ำ เนื้อกรอบแน่น
ช่วงเดือนอร่อยที่สุดคือ ช่วง มกราคม – มีนาคม ของทุกปี

AMAOU เกิดจากการรวมคำ ของอักษรตัวแรกของคำในภาษาญี่ปุ่นมารวมกัน คือ
A – “あかい” Akai แปลว่า สีแดง
M – “まるい” Marui แปลว่า กลม
A – “甘い” Amai แปลว่า หวาน
O – “おおきい” Ookii แปลว่า ใหญ่
U – “うまい” Umai แปลว่า อร่อย

เสิร์ฟมาพร้อมกับ ไอศกรีมถั่วเหลือง หอมอร่อยมาก
เข้ากันดีกับ Matcha Panna Cotta หอมชาเขียวแบบแน่นๆ และท็อปด้วย Strawberry Caviar

และมาถึงเมนูสุดท้ายของวันนี้
เชฟตั้งใจชงชาให้แก้วต่อแก้ว เพื่อเป็นการปิดมื้ออาหารเย็นอย่างญี่ปุ่นแบบสมบูรณ์
มัทฉะเข้มข้น หอมอร่อย มาพร้อมขนมหวาน

ปิดมื้อนี้ด้วยความอิ่มอร่อย ทั้งอาหารตา และอาหารปาก ทุกเมนูสวย ใส่ใจ
มีขั้นตอนในการเตรียมวัตถุดิบอย่างดี และคัดสรรวัตถุดิบมาเป็นอย่างดี ใครที่ชอบโอมาคาเสะสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ น่าจะชอบร้านนี้เลยค่ะ การบริการที่นี่ก็ดีมากๆ สมกับเป็นโรงแรมเก่าแก่ระดับ 5 ดาว


Rating: 4.5 out of 5.

KINU by Takagi
📍 Mandarin Oriental Hotel 

*เมนูพิเศษจาก Fukuoka ช่วง Spring Season วันนี้-27 กุมภาพันธ์ 2565

ร้านหยุดทุกวันจันทร์ – อังคาร
Lunch course 4,000++  (12.00 – 14.30)
Dinner course 8,000++ (18.00 – 22.00)

แนะนำให้มาก่อนเวลานะคะ เพราะเชฟเสริฟพร้อมกันตรงเวลา
และ Dress Code เวลามาโรงแรมโอเรียนเต็ล ผู้หญิงใส่เดรสสวยๆ มาได้เลยค่ะ
ส่วนผู้ชาย แนะนำเป็นเสื้อแขนยาว งดใส่รองเท้าแตะนะคะ

สำรองที่นั่งได้ที่เว็บของโรงแรมค่ะ https://www.mandarinoriental.com/bangkok/chao-phraya-river/fine-dining/restaurants/kaiseki-cuisine/kinu-by-takagi

Leave a Reply

Get Monthly Update 👋
รับข่าวสารรายเดือน

We don’t spam! Read our privacy policy for more info.