All about my Hair style (’till 2009)

ครั้งนี้ขอรวมเอาทรงผมต่างๆที่เคยทำมาแปะไว้ในหน้านี้ จริงๆแล้วก็มีอีกหลายทรงเลยนะ แต่หารูปไม่เจอแระ เอาเท่าที่มีแล้วกันเนาะ เริ่มจากทรงแรกสมัยยังเอ๊าะๆ ฮ่าๆ เอ๊าะไปป่าวเนี่ย อ้อแอ้เลยล่ะ เกิดมาผมตั้งประหนึ่ง ซูเปอร์ไซย่า ไม่ต้องพึ่งเสปรย์ก็ตั้งทั้งวันทั้งคืน หม่ามี๊เลยทนไม่ไหวต้องให้เราใส่ชุดหมีมีฮู้ด กดๆผมลงมา บางวันก็เอาเนทอะไรไม่รู้มาใส่ เห็นรูปแล้วตลกชะมัดเลย โตมาหน่อยก็ผมหยิกหยอย งงเหมือนกันว่า โตๆมาแล้วผมมันตรงได้ไงหว่า ข้ามๆๆๆๆ…มาสมัยเอ๊าะจริงๆ รูปนี่ 5 ปีมาแล้ว อ๊ากก เทียบกับตอนนี้ทำไมช่างแตกต่าง ผมทรงอะไรไม่รู้ ทำอยู่ไม่กี่ทรง อย่างน้อยต้องมีหน้าม้าปิดเหม่ง หลังจากนั้นก็ไปอยู่ญี่ปุ่น ทำผมกันสนุกสนาน เปลี่ยนสีเป็นว่าเล่นเลย ทั้งสี ทั้งต่อ แต่สีที่รู้สึกว่าทำแล้วดับเนี่ย ก็สีโทนแดงตามรูปขวาบนเลย รู้สึกแปลกๆกับผม เวลาไว้ผมยาว หรือต่อผม เรามักจะแซมLow Light สีน้ำตาลเข้ม ไม่ก็ดำเข้าไป ชอบๆๆๆ ตอนนั้นเป็นเทรนด์จากโคดะเลย เข้าหน้าหนาวก็ไปต่อผมให้หนาขึ้น อุ่นดี แถมม้วนได้สวยกว่าเดิม แต่ไม่นานเราก็รำคาญเพราะไดร์นานมากๆ ไม่แห้งซักที เลยแกะออกเอง ต่อผมที่ญี่ปุ่นนี่เค้าต่อแบบเปีย แกะออกง่ายดี หลังจากกลับจากญี่ปุ่นก็ทำผมสีน้ำตาลเข้ม เพราะตอนกลับมาสภาพเป็นผมบลอนด์ ขึ้นรถไฟฟ้าทีนึง มองจนเสีย self ไปเลย ตอนรับปริญญาวันซ้อมใหญ่ ผมยังไม่ได้ย้อมดำเลย แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ไว้ผมยาวที่สุดในชีวิตเลยล่ะ พอรับปริญญาเสร็จก็ตัดผมทันทีเลย เริ่มจากการซอยผมไ่ล่ๆลงมา มองแล้วเห้ย…ผมดำแบบนี้ ซอยแบบนี้ สก๊อยมากๆ เลยรีบไปแก้ทรงแล้วก็ไว้ยาวมาเรื่อยๆ สุดท้ายก็คิดสั้น ตัดผมม้าทรงหนูแทะ ดูไม่จืดเลย ตัดสลับกับไว้ผมยาว ก็ได้แค่ผมครึ่งๆกลางๆแบบนี้ หลังจากนั้นก็เริ่มเบื่อผมตัวเอง อยากเปลี่ยนๆบ้าง ก็เลยลองไปดัดผม ครั้งแรกในชีวิต ดัดน้ำยาญี่ปุ่นนี่ดีจริงๆ ผมไม่สะเทือนเลย แต่ทรงก็ไม่เด้ง ต้องอาศัยการเซ็ทเอง แน่ล่ะ…ขยันๆเซ็ทอย่างเราไม่นานก็เบื่อ เอิ๊กๆ ตัดสั้นอีกรอบ []

My Hairstyle on 2008

โจทย์ของครั้งนี้คืออยากตัดผมสั้นไปเลย ความยาวประมาณในรูปด้านล่าง ทรงคล้ายๆแบบนี้ก็ได้ แต่อยากให้ดูเปรี้ยวกว่านี้หน่อยนึง และก็อยากให้ลงโลว์ไลท์แซมไปด้วย ตอนแรกกะว่าจะลงโลว์ไลท์สีดำไปเลย แต่ริวเค้าเสนอว่าลงสี dark Red กับ Dark brown แซมไปดีกว่า ได้ลุคสาวหวานนิดนะ แล้วก็เข้ากับช่วง spring ด้วย ผมที่ได้เวลาโดนแสงแดดจะเป็น 3D ค่ะ คือสีไม่เรียบเสมอกันทั้งหัว แต่จะเบล็นกันไป หลังๆเราชอบโลว์ไลท์มากกว่าไฮไลท์ซะอีก รู้สึกว่ามันดูเท่กว่า กลับมาบ้านก็ค่ำๆแระ เลยไม่ค่อยได้ถ่ายรุป ใช้แฟลชสาดปุ๊ป หัวแดงแปร๊ดเลยแฮะ สีที่ได้จะไล่ๆกันไป สรุปแล้วตอนนี้บนหัวมี 3 สี Pink beige Dark red Dark brown

Review: OPI Fiercely Fiona เหลืองสดใสจาก Shrek Collection

วันนี้มารีวิวสีเหลืองสดใสสุดๆจาก Shrek Collection ค่ะ สีนี้มีชื่อเดียวกับนางเอกเลย Fiercely Fiona ในคอเลคชั่นนี้มีสีพาสเทลน่ารักๆหลายสี เราเคยรีวิวสีฟ้าใสไปแล้วหากใครจำได้นะ เนื้อสีแบบเดียวกันเลย ไม่ได้เงามาก ต้องพึ่ง Top coat ถึงจะสวยค่ะ การทาให้สวย ต้องทาซ้ำมากกว่า 3 รอบค่ะ สีถึงสม่ำเสมอ และแน่นอนว่าหากไม่ทา Top coat แบบ fast dry นี่เน่าแน่นอน สีคอเลคชั่นนี้แม้ว่าน่ารักทุกสี แต่ก็ต้องทาด้วยความใจเย็นพอสมควรเลยล่ะ สรุปคะแนนกันหน่อย ขวดนี้เราให้ที่ 8.5 /10 ค่ะ หักที่เนื้อสีไม่แน่น ต้องทาซ้ำเยอะมากกว่าจะสวยเรียบเนียน แต่สีที่ได้เด่น และติดทน ใครเห็นใครก็ชอบค่ะ

Review: OPI Over the Taupe (Brights Collection) น้ำตาลโกโก้

วันนี้หยิบเอาสีสุดฮอตจาก Brights Collection สีโทนน้ำตาลโกโก้ สุภาพดีค่ะ ชื่อสีว่า Over the Taupe (NL B85) ความแน่นของสีปานกลาง ต้องทาทับประมาณ 2-3 รอบ สีถึงจะสม่ำเสมอ สีสวยนะ แต่เนื้อสีไม่ค่อยแน่น เราเลยไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่ สรุปคะแนน เราให้ที่ 7.5/10 (หักที่ต้องทาทับหลายรอบกว่าสีจะสม่ำเสมอ)

Review: ESSIE – JAZZ นู้ดเทาๆ

วันนี้มารีวิวยาทาเล็บโทนนู้ด ครั้งนี้เปลี่ยนจาก OPI มาเป็นยี่ห้อ ESSIE กันบ้าง ยี่ห้อนี้ก็ดังในร้านทำเล็บต่างๆไม่แพ้ OPI ค่ะ ราคาใกล้ๆกัน (ประมาณ 7 – 10 USD) สีสันมีเยอะมากๆ ใครไม่รู้จักแบรนด์นี้ลองเข้าไปดูค่ะ เดี๋ยวจะมีกิเลสเกาะตามมาด้วย อิอิ http://www.essie.com ในวันนี้เรามารีวิวโทนสีสุดฮิต JAZZ ขวดขนาด 15 ml แปรงจะมีขนาดเล็กกว่า OPI ทำให้ทาง่ายกว่าค่ะ เนื้อสีเข้มข้น ทาง่าย สีสวยดีค่ะ แต่ส่วนตัวแล้วก็ยังชอบ OPI มากกว่านะ สีนี้ทาได้ทุกสีผิวค่ะ สำหรับคนผิวขาวก็ทาได้ แต่มันจะจืดๆหน่อย ดูสุภาพๆ สรุปแล้ว เราให้ 9.5 / 10 ค่ะ หักที่หาซื้อยาก ต้องหาตามซาลอน หรือร้านที่หิ้วมา หากใครอยู่เมืองนอกคงเห็นยี่ห้อนี้บ่อยๆ แต่ที่ไทยหาซื้อยากจริงๆ และอีกนิด…เนื้อสีมันข้น หากใครที่เล็บไม่สวย เช่นเล็บเป็นริ้วๆ หรือเล็บเป็นคลื่นลอน ทาสีนี้แล้วจะเห็นเป็นคลื่นๆค่ะ

Review: OPI Dating a Royal นำ้เงินรักชาติ

วันนี้หยิบเอาสีน้ำเงินมาทาซักหน่อย OPI Dating a Royal สีน้ำเงินธงชาติ มือดูขาววววมาก เนื้อสีของขวดนี้ไม่แน่นเลย ทายากมากกกก ต้องทาทับ 2-3 รอบกว่าสีจะเสมอกัน ใครยังมือไม่นิ่ง ขอให้ข้ามรุ่นนี้ไป หลังจากทาแล้วเนื้อสีที่ได้ไม่เงามากเหมือนรุ่นอื่นๆค่ะ สีจะได้น้ำเงินเข้มเงาปานกลาง สรุปคะแนนความปลื้ม 7 / 10

Review: OPI Chapel of Love (L.A. Collection) ชมพูเข้มอมส้ม หวานอมเปรี้ยว

Chapel of Love ขวดนี้เป็นอีกสีที่จี๊ดๆ เหมาะกับหน้าร้อนสุดๆ ขวดนี้มาจาก Las Vegas Collection ค่ะ สีนี้ทาง่ายมาก มีความเงาในตัว และเนื้อสีค่อนข้างแน่นทีเดียว ไม่ต้องใช้ความพยามมากมายก็ทาให้สวยได้ค่ะ โดยสรุปชวดนี้เราให้ 10 / 10 ไปเลย สีสวยติดทน ทาง่ายมากค่ะ

Review: OPI Dulce de leche ชมพูนู้ดฮิตสุดๆ และ castledew ชมพูวิ้งสุดหวาน

วันนี้มารีวิว OPI อีกเช่นเคย ยังมีอีกหลายสีเลยล่ะ 55 สีที่จะรีวิววันนี้ เราว่าเป็น MUST HAVE COLOR เลยนะ ทาได้ทุกโอกาสจริงๆ ทั้งสวยและดูดี แถมนำไปแมทช์กับสีอื่นๆได้อีกด้วย ใช่แล้ว…เรากำลังพูดถึงสีนี้ OPI Dulce de leche ชื่อสีก็น่าซื้อแล้ว (แปลว่า Sweet Milk) สีสรรทาง่าย เป็นนู้ดๆอมชมพูค่ะ สีสวยจริงๆ ยอมรับเลยว่าทาง่าย เรียบสวย แห้งไว และทนทาน แหม๊….ดีไปซะหมด เว้นแค่หาซื้อยากและแพงงง วันนี้หยิบเอา Castledew ยาทาเล็บสัญชาติเกาหลีซึ่งเราชอบมากกกก ใครที่ได้ลองใช้น่าจะติดใจในความวิ้งแวววาวได้สวยดูดีมีชาติตระกูลของมัน (ขนาดนั้นเชียว?) ขวดนึงก็ไม่กี่บาท จำราคาไม่ได้ น่าจะประมาณ 2XX อ๊ะ…มาลองดูดีกว่า เราทาทับแค่รอบเดียวค่ะ สีจะเปลี่ยนไปทางชมพูขึ้นเลยล่ะ สวยดีเนาะ แถมติดทนขึ้นอีก 50% ยาทาเล็บที่มีกลิตเตอร์เนี่ย ล้างยากมากๆ ยิ่งถ้าทาแบบเดี่ยวๆ ขอบอกว่า ล้างจนเมาน้ำยาทาเล็บกันเลยทีเดียว สรุปคะแนน OPI dulce de leche 10 / 10 castledew 9109A 9.5 / 10(หักที่มันล้างยากนิดนึง) วันนี้ไปก่อนละจ้า เดี๋ยวจะทยอยอัพ OPI ให้หมด แล้วต่อด้วยยี่ห้ออื่นๆมั่งเนาะ (ส่วนมากเราชอบ OPI, ETUDE ก็มีสองยี่ห้อนี้หลักๆค่ะ แล้วก็มี castledew, skinfood, Essie บ้างประปราย) ยังไงก็ติดตามชมกันได้นะคะ

Review: OPI Tease-y does it (Burlesque Collection) ม่วงแดงเข้มวิ้งๆ ทาแล้วมือขาวจั๊วะ

มารีวิว OPI อีกแล้วจ้า อยากบอกว่าเรามีเป็นสิบขวดน้า จะทยอยอัพขึ้นให้ชมเรื่อยๆค่ะ ครั้งก่อนรีวิวสีฟ้าไปแล้ว รอบนี้มารีวิวขวดริมขวาโทนเข้มๆกันบ้าง Tease-y does it (จาก Burlesque Collection) เป็นคอเลคชั่นที่ออกปลายปีก่อนค่ะ สีสวยแบบไวน์องุ่นแดง ทั้งออกม่วงเข้ม แดงเข้ม ปนๆกันได้โทนนี้ สวยแปลกดีค่ะ มีชิมเมอร์เล็กๆ ดูสวย ลึกลับดี สีนี้ทาแล้วมือดูขาวเด่นขึ้นมากเลย ปกติทาแต่สีหวานๆ พอมาเจอโทนเข้มๆแบบนี้ก็หลงรักเลยล่ะ สรุปคะแนน เราให้ 10/10 ทั้งสี ความวาว ความติดทน เริ่ดทุกอย่าง ชอบค่ะ

Review: OPI What’s with the Cattitude? (Shrek Collection) ฟ้าสดใส

วันนี้มารีวิวยาทาเล็บจาก OPI แบรนด์ที่เรากำลังปลื้มอยู่ค่ะ หยิบเอาสีฟ้าสดใสมารีิวิวให้ชมเป็นสีแรก What’s with the Cattitude? (Shrek Collection) รุ่นนี้สีฟ้าใส สีทาง่ายมากค่ะ มีความมันเงาปานกลาง ก่อนทาเล็บสีทุกครั้งเราจะลง Base coat ก่อนนะคะ จะช่วยให้ทาเล็บได้เรียบขึ้น ส่วนเรื่องป้องกันเล็บเหลือง เรากล้าพูดเลยว่า…ไม่ได้ช่วยค่ะ ถ้าทาเล็บอยู่เสมอยังไงก็เหลืองค่ะ เมื่อทาทับด้วยสีฟ้าก็จะได้ประมาณนี้ค่า เราทาทับ 2 รอบนะคะ OPI เป็นยาทาเล็บที่แห้งไวพอสมควรค่ะ ไม่ค่อยเสียเวลารอเท่าไหร่ ความติดทนรุ่นนี้ใช้ได้เลย อยู่ได้เป็นอาทิตย์ แต่ความเงางามจะหายไปครึ่งนึงค่ะ โดยรวม ขวดนี้เราให้ 10/10 ชอบมากเลย… PS. สำหรับแบรนด์ OPI ไม่ได้วางขายทั่วไปค่ะ ต้องซื้อตามร้านทำเล็บ หรือร้านที่ขายเฉพาะ แนะนำให้ซื้อจากอเมริกาจะถูกมากค่า ถ้าที่ไทยหรือญี่ปุ่น ตกขวดละประมาณ 600+

Review & How to : ETUDE Miss Tangerine Petit Darling Nails Kit

วันนี้มารีวิว ETUDE Miss Tangerine Petit Darling Nails Kit จ้า เซ็ทนี้พี่สาวคนสวย (พี่โบว์ Crazyrabbit) ซื้อมาให้ค่ะ สีสันน่ารักสดใสมากๆ วิธีทำก็ไม่ยากค่ะ ไปชมกันเลย ในเซ็ทจะมีสามสีค่ะ เบอร์ 1, 2, 3 เริ่มแรกก็ลงสีเบอร์ 1 เป็นส้มบางๆ สีใสๆเป็นเบสก่อน หลังจากนั้นก็ทาสีส้มอ่อนผสมวิ้ง จากกลางเล็บไปปลายเล็บ รอให้แห้งแว้บนึง ก็ทาสีเบอร์ 3 ส้มเข้มวิ้งๆ ที่ปลายเล็บ ทาซ้ำซักสองรอบ ก็สวยสีชัดแล้วจ้า เสร็จแระ…ง่ายๆเอง  

DIY เล็บสวยทันใจด้วย Nail Stamper

สาวๆชอบการทำเล็บกันมั้ยคะ เราชอบมากๆเลยล่ะ ถ้ามีเวลาก็อดไม่ได้ที่จะตกแต่งเล็บด้วยตัวเอง นอกจากการทาสีเล็บให้สวยงามแล้ว พักหลังๆ Nail Stamper เป็นอีก item ที่ฮิตมากๆ เพราะใช้ง่าย แถมราคาไม่แพง เล็บสวย…เราทำได้ ในวันนี้ขอชวนเพื่อนๆมาทำเล็บด้วย Nail Stamper สุดฮิตกันค่ะ อุปกรณ์ที่ใช้ 1.Pattern Plate 2.ใบมีด หรือจะใช้ใบมีดโกนก็ได้ค่ะ 3.Stamper 4.Nail Polish แนะนำให้ใช้สีสำหรับเพนท์เล็บโดยเฉพาะ เนื่องจากแห้งไวและปั๊มง่ายกว่ายาทาเล็บปกติ Pro…Technique ปั๊มสีเดียวยังไม่ถูกใจ อยากผสมสีกัน ทำยังไงดีนะ ไม่ยากค่ะ…. ระบายสีลงบนเพลทตามรูปเลย Point อยู่ตรงการปาดสีออกนี่แหละ ให้ปาดสีออกด้านข้างนะคะ เสร็จแล้วก็จะได้ลายที่มีหลากสีแบบนี้ มาดูการทำ French Nail จาก stamper กันบ้าง ขั้นตอนง่ายๆเพียงแค่ทาสีลงบนเพลท แล้วรีบใช้ใบมีดปาดสีส่วนเกินออกจากเพลท หลังจากนั้นก็รีบเอาตัวปั๊ม กดลงบนเพลทเพียงแค่ครั้งเดียว ห้ามกดย้ำๆ เพราะลาดจะไม่ติดตัวปั๊มมาค่ะ หลังจากได้ลายแล้วก็เอามาปั๊มบนเล็บ ค่อยๆทำทีละเล็บ หากเพลทปั๊มไม่ติดเนื่องจากสีเริ่มแห้งเกาะเพลท ก็ใช้คัตตอนบัตชุบน้ำยาล้างเล็บทำความสะอาดค่ะ แค่นี้ก็ได้ French Nail สวยๆแล้ว ลายง่ายๆทำเองได้ แป้ปเดียวเอง มาดูโปรเค้าทำเล็บกันบ้าง สวยๆทั้งนั้นเลย  

เล็บสวยทันใจ ลาย PINK ZEBRA

เมื่อวันก่อนได้เพลทเล็บตัวใหม่มา เลยขอลองซักหน่อย concept ครั้งนี้ ง่ายๆ ” PINK ZEBRA ” ม้าลายสีชมพู ฮิ๊ววว ก่อนอื่นลง Base coat ก่อนนะคะ กันเล็บแห้งหรือเล็บเหลือง คราวนี้เลือกใช้ของ REVLON ตัวนี้ ชอบที่สุดเลย นอกจากลงเป็นเบสและก็บำีรุงเล็บให้ยาวเร็วแล้วเนี่ย ค้นพบว่า เวลาทา nail polish ที่วิ้งๆ แล้วทาทับด้วยตัวนี้ วิ้งมันจะเด้งมากๆ ไม่เชื่อลองทาดูนะคะ สวยมากจริงๆ หลังจากนั้นเราก็ลงสีชมพูเข้มจาก skinfood ค่ะ สีเบอร์ PK212 แล้วก็ทับด้วย ETUDE PK004 สีชมพูวิ้งน่ารัก ยาทาเล็บ skinfood นี่ทาง่ายก็จริง แต่ลอกง่ายมากๆ ส่วน ETUDE นี่ทนกว่าค่ะ วิ้งไม่เยอะมาก กำลังดี สีสวย แต่สีไม่จัดมาก จึงต้องหาสีจัดๆมาลงก่อน แล้วค่อยทาตัวนี้ทับ เล็บแห้งไม่ทันใจเรามีตัวช่วย เป็น Quick dry จาก ETUDE หยดลงบนเล็บ ทิ้งไว้แป๊ปนึงเล็บก็แห้งแล้ว ว้า…ครั้งนี้ลืมถ่ายรูปไว้ พอสีพื้นเล็บแห้งแล้ว ก็เอาสีสำหรับ paint เล็บมาปาดๆบนเพลทเล็บค่ะ แล้วก็ใช้มีดปาดสีส่วนเกินออก แล้วรีบกดตัว stamper เบาๆ ทีเดียวบนเพลท แล้วก็มาปั๊มบนเล็บ ต้องเล็งดีๆ เดี๋ยวเบี้ยว เพลทที่ใช้วันนี้ค่ะ ตอนนี้มีอยู่ 4 อันแล้ว คาดว่าจะมีมาเพิ่มเร็วๆนี้ หลังจากปั๊มลายแล้ว ก็ทาทับด้วย REVLON GROW []