Review : ETUDE face color corset #3 และ #4

Face color corset บลัชออนเนื้อฝุ่นนุ่มๆ รุ่นใหม่ล่าสุดจาก ETUDE แพคเกจน่ารักด้วยลายคอร์เซทและหัวใจ สีสันหวานๆ ปัดแล้วดูธรรมชาติกลืนไปกับผิว มีให้เลือก 6 สีค่ะ #1 highlighter Fit ไฮไลท์สีขาวมุก #2 Lavender Fit ชมพูอมม่วงแบบลาเวนเดอร์ #3 call me Pink Fit สีแนวชมพูนมๆ น่ารักแบบตุ๊กตา #4 Pink Lady Fit สีชมพูอมส้มพีช ปัดง่ายเข้ากับทุกสีผิว #5 Orange Mango Fit สีส้มหวานๆ เข้ากับซัมเมอร์ #6 Shading Sexy Fit สีน้ำตาลหม่นๆ (รูปจาก ETUDE Korea) วันนี้มารีวิว 2 สีน่ารักๆจากคอเลคชั่นนี้ให้ชมกันค่ะ มาดูรูปรวมๆกันก่อน มีสี #3, #4 ค่า (6g. ราคา 395 บาท) ของแท้ต้องมีสติกเกอร์กันปลอมนะคะ เริ่มจากสีแรกเลย #3 call me Pink Fit สีแนวชมพูนมๆ น่ารักแบบตุ๊กตา เหมาะกับสาวผิวขาวหรือขาวเหลือง ปัดแล้วสีน่ารักมาก ดูหวานเจี๊ยบ ลองดมๆดูแล้วไม่มีกลิ่นค่ะ ส่วนเบอร์ #4 Pink Lady Fit ออกพีชๆ ชมพูๆ เป็นสีที่ปัดง่ายดีค่ะ เหมาะกับสาวทุกสีผิวนะ สีน่ารัก []

Review : ETUDE Look at my lips #04, #11, #12, #13 (Limited)

มาแล้วจ้า รีวิวที่สาวๆหลายๆคนรออยู่ (รึเปล่าน้า) ลิปสติกรุ่นใหม่ล่าสุดจาก ETUDE HOUSE รุ่นนี้มีหลายๆอย่างที่แป้งกรี๊ดมาก ชื่อรุ่นก็น่ารักแล้วเนาะ “Look at my lips” รุ่นนี้ออกมาทั้งหมด 13 สีด้วยกันค่ะ มีเบอร์ #1 My secret mix ที่จะไม่มีสีชัดเจน เป็นลิปแบบ sun protect SPF13 แต่เมื่อทาก่อนลงลิปสีอื่นๆจะเปลี่ยนเป็นโทนสีพาสเทลหวานๆล่ะ แปลกดีค่ะ หลายสีน่ารักมากๆ สีเบอร์ #11 #12 #13 เป็น Limited edition นะคะ อยากได้ต้องรีบนิดนึงค่ะ (รูปจาก ETUDE HOUSE Korea) วันนี้แป้งมารีวิว 4 สีที่มีอยู่ในกรุนะคะ #4 I love Pink #11 Marshmallow Pink #12 Peach BonBon #13 Dreaming Lavender ด้านแพคเกจอาจจะไม่ได้ดูหรูหรา แต่ดูน่ารักค่ะ ส่วนตัวเราชอบนะ ฝาลิปมองเห็นสีด้านใน จะได้ไม่ต้องพลิกดูชื่อสีตอนเลือกมาทา แท่งเล็กๆอ้วนๆขนาดกำลังดีค่ะ จุดเด่นของลิปตัวนี้…. สีสันสดใส สามารถกลบปิดสีเดิมของปากได้ค่อนข้างดี ดังนั้นไม่ต้องทาลิปคอนซีลเลอร์เลยค่ะ เนื้อเนียนนุ่ม ไม่แห้ง ทำให้ปัญหาสีลิปตกร่องปากลดน้อยลงมาก และอีกอย่างที่ชอบคือ ติดทนนานนนนนนนน นานมากจริงๆ ตอนล้างเราแนะนำให้ใช้ eye & lips remover นะคะ เพราะการล้างแค่น้ำเปล่าอาจจะทำความสะอาดได้ไม่หมด มาดูที่สีสันของลิปกันบ้าง… ลองทาบนริมฝีปากดูค่ะ []

Review: Coffret D’Or Cover base UV & Cheek color 01

Coffret D’Or เป็นแบรนด์คสอ.ที่เราชอบสุดใน KANEBO ค่ะ ด้วยสีสันที่สวยงาม และแพคเกจเริ่ด ก็ครองใจเรามายาวนาน จริงๆแล้วชอบมาก่อนเป็น Coffret D’Or แล้วล่ะ ก่อนหน้านี้จะเป็นแบรนด์ T’estimo ซึ่งแพคเกจและสีสันแนวเดียวกันเลย พอเปลี่ยนแบรนด์มาเป็น Coffret ก็ยังชอบต่อเนื่องค่ะ เมื่อหลายวันก่อนเราเพิ่งซื้อเบส และบลัชจาก New Collection ล่าสุดนี้มา ชอบมากๆค่ะ วันนี้เลยรีบจัดรีวิวให้ชมกันก่อนเลย เริ่มที่เบสเลยแล้วกัน… ตัวนี้พี่ฟลุ้ค alwaysfluke แนะนำมาค่ะ บอกว่าเริ่ดมากกก เอ้า…ลองดู ถอยตามคำแนะนำ Cover Base UV SPF50 PA+++ 25 ml 1,150 บาท แพคเกจน่ารัก ปริมาณ 25 ml ถือว่าน้อยมากเหมือนกัน ใช้ไม่นานก็คงหมด แต่ที่เริ่ดสุดๆคือกันแดดได้เยี่ยม เหมาะกับหน้าร้อนนี้สุดๆค่ะ เนื้อเบสจะทั้งบำรุง และปกปิดโดยเฉพาะรูขุมขนค่ะ สัมผัสที่ได้จะเนียน เีรียบลื่น ไม่เหนอะผิว สามารถใช้แทนกันแดดได้เลยล่ะ หลังจากแกะกล่องก็เขย่าธรรมดา แล้วก็ลองบีบออกมา ปรากฏว่าเนื้อมันแยกชั้น แอบตกใจเล็กน้อย เลยปิดฝา เขย่าใหม่ แล้วก็วางกลับหัวทิ้งไว้พักนึง กลับมาบีบใหม่หายแล้วล่ะ เนื้อเหลวพอสมควรค่ะ ปาดปุ้ปแห้งไวมาก ผิวเรียบลื่นเลย รูขุมขนดูจางหายไปเยอะ ต่อกันที่ Blush ที่ดีไซน์มาได้สวยโดนใจเราที่สุดเลย… Beauty Sharp Designer 01 Cheek & Face Color 800 บาท Case แยกขาย []

Review: shu uemura Eyeliner brush 4F

ตอนนั่งทานไปเม้าท์ไปกับเพื่อนๆพี่ๆบล๊อกเกอร์ พี่มดกับพี่ฟลุ้คก็คุยถึงแปรงตัวนี้ ว่าเท่าที่ใช้มา มันดีมาก กรีดตาหรือทำไลน์เนอร์ได้สวยจริงๆ ได้ยินแบบนี้ต่อมความอยากได้พุ่งกระฉูด เลยนัดแนะกันไปที่ shop ซื้อมาลองว่าดีสมคำร่ำลือหรือเปล่า แปรงไลน์เนอร์ของ shu มีหลายรุ่น หลายขนาดค่ะ เรากับพี่มดเลือกเบอร์เดียวกันคือ 4F ขนแปรงขนซาเบิ้ล แบบหัวตัด ใช้เขียน แรเงา เส้นขอบตาค่ะ ราคา 790 บาท หลังจากที่ได้ลอง…ปลื้มมากกกก เราใช้ Gel liner เป็นประจำค่ะ (ปกติใช้ ETUDE code B) ก็ใช้แปรงที่มันแถมมานี่แหละ วาดดีใช้ได้ แต่จะมีปัญหาตอนตวัดหางตาให้คม หัวมันใหญ่จะเขียนไม่ได้ ต้องใช้แบบเมจิกช่วย แต่ครั้งนี้ลองใช้ 4F ดู สรุปว่า แค่เจลกับแปรงตัวนี้เอาอยู่ค่ะ วาดหางตาได้สวยคมทีเดียวล่ะ ขนแปรงไม่แข็ง แต่ไม่อ่อนนิ่มจนเกินไป เวลาวาดเส้นจึงเรียวและ ไม่ทำให้ระคายเคืองเปลือกตา สรุปแล้ว ด้วยราคานี้ เราว่าคุ้มมากที่จะซื้อมาใช้ และได้เข้ามาอยู่ใน Must have item ของเราเรียบร้อยแล้วจ้ะ

Review: ETUDE henna fix proof 10 mascara #1

ETUDE henna fix proof 10 mascara #1 10g. 825 บาท มาสคาร่าตัวนี้ซานดารา 2NE1 เป็นพรีเซ็นเตอร์ด้วย น่าฮักสุดๆ Package น่ารักค่ะ สีชมพูช้อคกิ้งพิงค์ หัวแปรงเป็นแบบ spiral เกลียว ความรู้สึกหลังใช้ ยอมรับว่าดำแบบเฮนน่าจริงๆ เนื้อมาสคาร่าเคลือบขนตาให้ดำและดูธรรมชาติขึ้นมาก แต่เนื้อมาสคาร่าชอบเกาะเป็นก้อนเวลาปัด ต้องอาศัยเทคนิคการปัดระดับนึงเหมือนกัน มาสคาร่าแห้งไวปานกลาง ไม่ทำให้ขนตาตก ไม่ค่อยเลอะระหว่างวัน เว้นแต่ปัดทับหลายรอบ (เราปัดปกติประมาณ 4 รอบ) จะมีสะเก็ดผงๆร่วงเล็กน้อย แนะนำว่าให้ปัดไม่เกิน 2-3 รอบค่ะ จะไม่เลอะ การล้างออกใช้ Eye remover ล้างได้ปกติ ล้างออกง่ายปานกลาง มาดูรูปหลังใช้กันค่ะ รูปด้านซ้าย ปัดแล้ว ส่วนด้านขวายังไม่ได้ปัดค่ะ เมื่อปัดครบแล้ว ปัดซ้ำต่อ อีก 2 รอบ มาสรุปคะแนนกันค่ะ (ผลการใช้อาจจะแตกต่างกันไปแต่ละคนนะคะ)  

Review: Maybelline HYPER Diamond Liquid Liner

Maybelline HYPER Diamond Liquid Liner เป็นอีกไอเท็มที่เราชอบค่ะ เขียนง่าย ติดทนดี เด่นที่มีวิ้งๆด้วย ราคาไม่แพงค่ะ 200 กว่าบาท ใช้มาพักใหญ่แล้วล่ะ วันนี้เลยแวะมารีวิวให้ชมกัน รุ่นนี้มี 3 สีค่ะ ดำ เงินและม่วง เราชอบโทนม่วงเป็นพิเศษล่ะ สีสวยดี แปรงเขียนง่าย แต่เส้นไม่ค่อยคมค่ะ เนื้อลิควิดเขียนได้เรียบลื่น เวลาเขียนให้มองต่ำๆแล้ววาดค่ะ หลังจากนั้นก็มองต่ำเอาไว้พักนึงให้ลิควิดมันแห้ง ไม่งั้นเลอะเปลือกตาแน่ๆค่ะ วันนี้หยิบมา 2 Looks ให้ชมกัน ลุคแรกเป็นการวาดเหนือเส้น Liner สีดำที่เราเขียนไว้ ได้ลุึคเฉี่ยวๆ เปรี้ยวเล็กๆค่ะ อีกลุคจะเป็นการวาดไลน์เนอร์ตัวนี้ตัวเดียว ขอบตาล่างเราปล่อยว่างๆค่ะ ได้ลุคสดใสๆ ซอฟท์ๆ ได้เวลาสรุปคะแนน

Review : Dolly Wink No.1 (also No.1 for me!!!)

เมื่อหลายเดือนก่อนเราได้รีวิวขนตาปลอมของ Dolly Wink ไปแล้ว 4 เบอร์คือ No.2 Sweet Girly No.5 Real Nude No.6 Baby Cute No.8 Pure Little ใครยังไม่เคยอ่าน คลิกที่รูปด้านล่างได้เลยค่ะ ในครั้งนี้มารีวิวเพิ่มอีกเบอร์นึง คือ No.1 Dolly Sweet เชื่อมั้ยว่าเบอร์ 1 เป็นเบอร์ที่เราอยากได้มากที่สุด แต่ก็หาซื้อยากที่สุด เพราะหมดตลอดเลย ที่ญี่ปุ่นเองก็ไม่ได้หาซื้อง่ายมาก มีแค่ร้านใหญ่ๆที่ขายเครื่องสำอางตามห้าง จริงๆยี่ห้อนี้ที่เจ๊เล้งก็มีขายนะ แต่…เจ๊ขึ้นราคาเบอร์ที่ขายดีอ่ะค่ะ เคืองงง!!! ไม่ได้บวกธรรมดา เจ๊บวกราคาเพิ่มทีนึง 100 บาท!!!!!!!! นิดนึงนะเจ๊ หนูเคืองอ่ะ เลยไม่ซื้อ ฝากเพื่อนซื้อจากญี่ปุ่นดีกว่า ราคาอยู่ที่ 1260 เยน ต่อกล่อง (มี 2 คู่) คุ้มค่ะ ไ่ม่แพงหรอก ถ้าได้ลองติด ด้านในมีสองคู่ค่ะ คู่ล่างเราใช้แล้ว ตัดปลายออกไปนิดหน่อย (ไม่สามารถติดเลยหางตาได้เยอะแบบซือจังอ่ะ มันแปลกๆไปหน่อย มองด้านตรงสวยนะ แต่มองข้างๆแล้วแปลกอ่ะค่ะ) ขนตาแกนไม่หนา ติดสบายมากๆ รุ่นนี้เน้นหางตาแบบหวานๆ ติดแล้วสวยจริงๆค่ะ ไหมมีความเงาเหมือนกัน หากอยู่ในไฟเหลืองๆอาจจะดูหลอกตาบางมุม กาวที่ใช้ เราใช้ของ Dolly Wink ค่ะ ในส่วนของกาว เราว่าพอใช้ได้ คือติดทนมาก และเวลาล้างขนตาเพื่อนำไปใช้ใหม่ จะทำความสะอาดได้ง่าย ต่างจากยี่ห้ออื่นเล็กน้อย คือของดอลลี่จะดึงกาวออกมาเป็นเส้นๆได้เลย ดึงทีเดียวกาวหลุดจากขนตาเกือบหมด ถ้าเป็นของ shu จะค่อยๆหลุดออกมาเป็นก้อนเล็กๆ []

Review: ETUDE Miss Tangerine (eyes, cheek, lips, nail)

ซีซั่นนี้สีไหนจะมาแรงเท่าสีส้ม… ETUDE ถึงขนาดออกคอเลคชั่นรับ S/S 2011 ด้วยคอเลคชั่นโทนส้มจี๊ด “Miss Tangerine” ในคอเลคชั่นนี้จะมี 2 โทนหลักๆคือโทนส้ม และโทนชมพูค่ะ เราได้ sample มาแต่โทนชมพู เลยขอมารีวิวให้ชมกันก่อน เดี๋ยวได้ถอยโทนส้มมาสมทบแล้ว จะจัดรีวิวอีกทีนะจ้ะ มากันที่ LuciDarling Fantastic Gradation eyes #8 Miss Berry Berry ราคา 895 บาท eyeshadow โทนชมพูส้ม สีสันน่ารัก สีค่อนข้างเด่นชัดค่ะ ภายในพาเลทก็มีสีขาวมุก สีชมพู สีส้ม และสีน้ำตาลม่วงเข้ม ติดทนปานกลาง ต้องใช้ eye primer ช่วยจึงจะติดเด่นชัดทั้งวัน เนื้อเป็นฝุ่นทุกช่อง แต่ทาง่าย สีสันน่ารักมากๆค่ะ มาต่อกันที่ Miss Tangerine cream chou blusher #3 miss berry ราคา 455 บาท ครีมบลัชสีสันน่ารัก ที่ได้มาเป็นโทนชมพู ใช้เพียงนิดเดียวสีก็เด่นชัดค่ะ วิธีใช้ไม่ยากเลย บีบมาแล้วแตะๆวนๆที่แก้ม ต่อกันด้วยลิปที่เราชอบมากๆ Miss tangerine sweet shower lips #01 shining pink shower ราคา 595 บาท ลิปแท่งนี้เหมือนทาลิปสติกบวกกลอซเลยค่ะ ได้ความชุ่มชื้นสุดๆ ทาง่ายไม่ตกร่องริมฝีปาก สาวปากแห้งและแตกแบบเราเลยเลิฟสุดๆ กลิ่นหอมสดใส สีสันกำลังดี []

Review: Urban Decay NAKED palette

NAKED palette ขึ้นชื่อว่าเป็น Rare item กว่าจะได้มาเนี่ยฝากมาหลายคนจนหมดหวัง สุดท้ายก็ฝากแม่ค้าหิ้วมาจนได้ แต่รอบนี้ร้านหิ้วหิ้วจาก UK เลยพอมีของ ได้มาพักใหญ่แล้วล่ะ ครั้งนี้ได้โอกาสมารีวิวสีให้ชมกันค่ะ… แพคเกจกำมะหยี่สวยงาม หรูหรา แต่…มอมแมมง่ายซะเหลือเกิน ในพาเลทจะประกอบไปด้วย eye shadow สีคลาสสิค 12 สี แนว gorgeous neutral Virgin (nude satin) Sin (champagne shimmer) Naked (buff matte) Sidecar (beige sparkle) Buck (brown matte) Half Baked (bronze) Smog (golden brown shimmer) Darkhorse (bronze-plum shimmer) Toasted (taupe-bronze) Hustle (mocha shimmer) Creep (near-black metallic) Gunmetal (dark grey metallic) นอกจากนี้ ก็ยังมี Travel-size Eyeshadow Primer Potion แถมมาให้ด้วย ชิ้นนี้เราชอบที่สุดค่ะ หลากหลายแบรนด์ที่ใช้มา ยอมรับว่าแบรนด์นี้เริ่ดสุดเลย ไม่เป็นคราบ ช่วยให้ติดทนได้ดีจริงๆ ตอนนี้ฝากน้าซื้อ Professional size แต่ก็ไม่รู้ว่าของจะมีหรือเปล่า หมดไวจริงๆ และสุดท้าย ก็แถม 24/7 Glide-On []

Review: LANCOME Virtuose Precious Cells Mascara

วันนี้แวะมารีวิวมาสคาร่าจาก LANCOME ตัวล่าสุดสุดเจ๋งค่ะ ชื่อรุ่นว่า Virtuose Precious Cells แท่งนี้ได้มาเมื่อตอนไปงานปีใหม่ของลังโคมจ้า (ราคาปกติ 1,100 บาท) จุดเด่น มาสคาร่าเน้นความโค้งงอน และบำรุงการงอกของขนตา ทำให้ขนตาหนาแน่นขึ้น งอนยาวขึ้นใน 28 วัน ด้วย Lash Densifier Complex ในส่วนของหัวแปรงเป็นรุ่น KeepCurl (TM) จดสิทธิบัตรแล้วด้วยล่ะ มันจะโค้งรับขนตาของคนเอเชียได้พอดีค่ะ ขนแปรงก็ไขว้กันเพื่อเพิ่มความงอน ความรู้สึกหลังได้ใช้ หลังจากใช้แล้วเราชอบนะ ปัดง่ายมาก ขนตาแผ่กระจายไม่เกาะเป็นก้อนเลย ปัดง่ายทั้งขนตาบนและล่าง งอนและยาวขึ้น แต่ไม่ค่อยหนาค่ะ เคยพยามปัดให้หนาซึ่งทำให้ตอนล้าง ล้างออกยากมาก แนะนำให้ปัดประมาณ 3 ครั้งก็พอค่ะ จะล้างออกได้ไม่ยากเกินไป รุ่นนี้กันน้ำ และทนต่อความมันบนใบหน้าได้ดี ต่อขนตาให้ยาวแต่ไม่มีไฟเบอร์ร่วง เหมือนบางยี่ห้อ ทำให้ปัดแล้วมั่นใจค่ะว่าไม่เลอะแน่ๆ ในส่วนประสิทธิภาพเด่นที่ว่าเรื่องขนตางอกใหม่และยาวขึ้น อันนี้วัดยากอ่ะ เพราะเราใช้เซรั่มบำรุงขนตาด้วยค่ะ ขนตายาวและแข็งแรงขึ้น สรุปรีวิวให้ดูง่ายๆ โดย Kirari only นะจ้ะ (แต่ละคนอาจจะมีความชอบไม่เหมือนกันน้า) แล้วพบกันใหม่ครั้งหน้าค่ะ

Review: Dolly Wink No. 2, 5, 6, 8

Dolly Wink เป็นขนตาเกรดพรีเมียมจากญี่ปุ่นค่ะ เป็นของบริษัท KOJI โดยมีซือจัง หรือ Tsubasa จังเป็นผู้ออกแบบและพรีเซนเตอร์ ใครที่ชอบผลงานของซือจังก็คงจะติดตากับดวงตากลมโต ขนตาฟูๆของเธอเป็นอย่างดี พอดอลลี่ออกวางขาย เราก็ไม่พลาดที่จะซื้อมาลองค่ะ แต่เสียดายสุดๆ เพราะหาซื้อ เบอร์ 1 ยากมาก หมดหลายสาขา ก็ต้องพยามหากันต่อไปค่ะ สำหรับราคาอยู่ที่ 1260 เยน ต่อกล่อง (มี 2 คู่) ด้านราคาอาจจะดูแพง แต่ถ้าได้ลองติดแ้ล้วจะรู้สึกคุ้มเลยล่ะ เพราะมันสวย และทนมากๆ ตอนนี้ในครอบครองเรามีอยู่ 4 เบอร์ค่ะ No.2 Sweet Girly No.5 Real Nude No.6 Baby Cute No.8 Pure Little แต่อีกไม่กี่วันก็จะได้เบอร์ 4 Feminine Style มาแว้ว เดี๋ยวค่อยมารีวิวเพิ่มนะคะ วันนี้เอาแค่ 4 เบอร์ก่อนเนาะ มาที่เบอร์แรกเลย No.2 Sweet Girly ตอนเปิดกล่องมาแอบตกใจ เพราะยาวมากกก ทั้งเส้นขนตา และแผงขนตา คืออยากติดแบบซือจังนะ แต่ไม่ไหวจริงๆ มันเกินขอบตามาเยอะมาก เด่นเกิน เลยตัดออก 0.5 cm ค่ะ ติดแล้วเด้งมาก จำได้ว่าติดไปงาน Liese มีคนชอบหลายคนเลย ไม่หนา ไม่บาง ยาวววว เด้งแบบดูดี แต่ด้วยความที่มันยาว ติดยากเหมือนกันค่ะ กว่าจะติดได้สวยเป๊ะ []

Review : ETUDE Party in a box

เมื่อตอนปลายปีที่ผ่านมา ทางบริษัทคอสเมก้าได้ส่งของขวัญปีใหม่มาให้ เป็นเซท Party in a box 2010 นี่ล่ะ แพคเกจไม่ต้องพูดถึง ชนะเลิศ…. ในครั้งเลยแว้บมารีวิวให้ชมกันค่า ในกล่องนี้บรรจุไอเท็มน่ารักๆมากมายด้านใน เรียกได้ว่า กล่องเดียวครบ สวยได้เลยล่ะ การเลือกสีสันของแต่ละไอเท็มก็เข้ากันได้ดีค่ะ เราไปชมกันเลย… กล่องเป็นกระดาษแข็งสกรีนลาย มีเชือกสีเงินวิ้งๆ หิ้วได้ด้วยล่ะ หน้ากล่องติดด้วยแม่เหล็กค่ะ แกะเอาของออกแล้วก็ยังใช้กล่องต่อได้ด้วย ด้านในกล่องประกอบไปด้วย Proof10 Mascara#1 Dear Darling Couple#1 Lucidarling Fantastic Gradation Cheek#3 Lucidarling Fantastic Gradation EYE#1 และ กิ๊บมงกุฏวิ้งๆ มาดูกันที่ Eye shadow กัน สีที่อยู่ในกล่องเป็นเบอร์ 1 โทนชมพูค่ะ สีชมพูอ่อน แมทช์กับสีเงินและดำ เนื้อค่อนข้างละเอียด วิ้งพอประมาณสวยดีค่ะ มีสีเงินอันเดียวที่เนื้อจะต่างออกไป เป็นวิ้งใหญ่และเนื้อไม่ละเอียดเท่าสีอื่น ต่อกันที่ Proof10 Mascara#1 มาสค่าร่าเพิ่มความหนาของขนตา กันน้ำได้ดี หัวแปรงแปลกดีค่ะ ชอบแพคเกจนะ สีสันสดใส เนื้อมาสคาร่าปัดแล้วขนตาดูดำขึ้น หนาขึ้นปานกลาง ไม่เลอะเทอะระหว่างวันค่ะ ใช้ 2 item นี้ แต่งตาแล้วได้ประมาณนี้จ้า ลุคใสๆ ต่อกันที่ Blush Lucidarling Fantastic Gradation Cheek#3 บลัชสีน่ารักอีกแล้ว ปัดวนๆให้สีผสมกัน จะได้ออกสีชมพูกลางๆ ไม่อ่อนเกิน สีติดพอสมควรค่ะ ส่วนช่องสีขาวเอามาทำไฮไลท์ได้ด้วย ตอนปัดนี่ได้กลิ่นหอมหวานเลยล่ะ แอบกลัวแพ้เหมือนกัน []

Kirari’s BEST 2010 รวมที่สุดของปี

เผลอไม่ทันไร หมดปีซะแล้ว… ลองนั่งนึกย้อนๆไปปีๆนึงเราซื้อ หรือเราใช้พวกคสอ.เยอะเหมือนกันนะเนี่ย ไม่อยากรวมตัวเลขเลย แต่ก็เป็นความสุขเล็กๆน้อยๆของผู้หญิงอย่างเรานี่เนอะ ถ้าซื้อในงบประมาณที่จัดไว้ ก็โอเคแหละ เราไม่เคยใช้เกินต่อเดือนเลย ^^ ในครั้งนี้เราขอมาสรุปเครื่องสำอางที่เราใช้ในปีนี้แล้วรู้สึกประทับใจที่สุด แน่นอนว่าเราใช้ดี ชอบมากๆ แต่สำหรับบางคนอาจจะไม่ชอบก็เป็นได้นะจ้ะ ความชอบและผิวหน้าอาจจะแตกต่างกันออกไป ยังไงก็ใช้วิจารณญาณในการรับชมนะคะ สภาพผิวของเรา ผิวขาวมาก มีรอยแดง ดำ จากสิวเยอะบริเวณแก้ม ใต้ตาคล้ำ ผิวหน้าค่อนข้างมีน้ำมันเยอะ แต่ช่วงนี้อากาศแห้งผิวจึงแห้งตามค่ะ **ในแต่ละไอเท็มจะบอกราคาไว้ ซึ่งเป็นราคาที่ทราบล่าสุด ณ ตอนนี้นะจ้ะ บางตัวไม่มีขายที่ไทยก็จะบอกเป็นราคาวอน และราคาเยน เรทล่าสุดตอนนี้ won 0.03, yen 0.37** BEST of Base Make up Shu uemura : STAGE PERFOMER Instant-glow Price: 1,950 บาท จะเรียกว่าเป็นครีมบำรุงก็ได้ แต่ส่วนตัวแล้วหลังจากใช้ให้ความรู้สึกว่าเป็นเบสมากกว่าล่ะ ตัวนี้ใช้แล้วหน้าเด้งมากๆ คือปรับสภาพผิวที่ดูไม่สดใส ให้ดูผิวดีได้ในไม่กี่นาทีเลย ราคาอาจจะแพงไปหน่อย แต่ใช้ได้นานค่ะ สำหรับเราแล้ว ถือว่าคุ้ม เพราะให้ผลที่แตกต่าง อย่างเห็นได้ชัด เหมาะกับสาวนอนดึก งานเยอะอย่างเราที่สุด BEST of BB Cream Missha M perfect cover BB cream SPF 42 Price: 15,800 won (ประมาณ 474 บาท) บีบีตัวนี้เราชอบที่สุดค่ะ ใช้มาหลายหลอดมากๆ []