Review

Review: Maybelline HYPER Diamond Liquid Liner

Maybelline HYPER Diamond Liquid Liner เป็นอีกไอเท็มที่เราชอบค่ะ เขียนง่าย ติดทนดี เด่นที่มีวิ้งๆด้วย ราคาไม่แพงค่ะ 200 กว่าบาท ใช้มาพักใหญ่แล้วล่ะ วันนี้เลยแวะมารีวิวให้ชมกัน รุ่นนี้มี 3 สีค่ะ ดำ เงินและม่วง เราชอบโทนม่วงเป็นพิเศษล่ะ สีสวยดี แปรงเขียนง่าย แต่เส้นไม่ค่อยคมค่ะ เนื้อลิควิดเขียนได้เรียบลื่น เวลาเขียนให้มองต่ำๆแล้ววาดค่ะ หลังจากนั้นก็มองต่ำเอาไว้พักนึงให้ลิควิดมันแห้ง ไม่งั้นเลอะเปลือกตาแน่ๆค่ะ วันนี้หยิบมา 2 Looks ให้ชมกัน ลุคแรกเป็นการวาดเหนือเส้น Liner สีดำที่เราเขียนไว้ ได้ลุึคเฉี่ยวๆ เปรี้ยวเล็กๆค่ะ อีกลุคจะเป็นการวาดไลน์เนอร์ตัวนี้ตัวเดียว ขอบตาล่างเราปล่อยว่างๆค่ะ ได้ลุคสดใสๆ ซอฟท์ๆ ได้เวลาสรุปคะแนน

Review : Dolly Wink No.1 (also No.1 for me!!!)

เมื่อหลายเดือนก่อนเราได้รีวิวขนตาปลอมของ Dolly Wink ไปแล้ว 4 เบอร์คือ No.2 Sweet Girly No.5 Real Nude No.6 Baby Cute No.8 Pure Little ใครยังไม่เคยอ่าน คลิกที่รูปด้านล่างได้เลยค่ะ ในครั้งนี้มารีวิวเพิ่มอีกเบอร์นึง คือ No.1 Dolly Sweet เชื่อมั้ยว่าเบอร์ 1 เป็นเบอร์ที่เราอยากได้มากที่สุด แต่ก็หาซื้อยากที่สุด เพราะหมดตลอดเลย ที่ญี่ปุ่นเองก็ไม่ได้หาซื้อง่ายมาก มีแค่ร้านใหญ่ๆที่ขายเครื่องสำอางตามห้าง จริงๆยี่ห้อนี้ที่เจ๊เล้งก็มีขายนะ แต่…เจ๊ขึ้นราคาเบอร์ที่ขายดีอ่ะค่ะ เคืองงง!!! ไม่ได้บวกธรรมดา เจ๊บวกราคาเพิ่มทีนึง 100 บาท!!!!!!!! นิดนึงนะเจ๊ หนูเคืองอ่ะ เลยไม่ซื้อ ฝากเพื่อนซื้อจากญี่ปุ่นดีกว่า ราคาอยู่ที่ 1260 เยน ต่อกล่อง (มี 2 คู่) คุ้มค่ะ ไ่ม่แพงหรอก ถ้าได้ลองติด ด้านในมีสองคู่ค่ะ คู่ล่างเราใช้แล้ว ตัดปลายออกไปนิดหน่อย (ไม่สามารถติดเลยหางตาได้เยอะแบบซือจังอ่ะ มันแปลกๆไปหน่อย มองด้านตรงสวยนะ แต่มองข้างๆแล้วแปลกอ่ะค่ะ) ขนตาแกนไม่หนา ติดสบายมากๆ รุ่นนี้เน้นหางตาแบบหวานๆ ติดแล้วสวยจริงๆค่ะ ไหมมีความเงาเหมือนกัน หากอยู่ในไฟเหลืองๆอาจจะดูหลอกตาบางมุม กาวที่ใช้ เราใช้ของ Dolly Wink ค่ะ ในส่วนของกาว เราว่าพอใช้ได้ คือติดทนมาก และเวลาล้างขนตาเพื่อนำไปใช้ใหม่ จะทำความสะอาดได้ง่าย ต่างจากยี่ห้ออื่นเล็กน้อย คือของดอลลี่จะดึงกาวออกมาเป็นเส้นๆได้เลย ดึงทีเดียวกาวหลุดจากขนตาเกือบหมด ถ้าเป็นของ shu จะค่อยๆหลุดออกมาเป็นก้อนเล็กๆ []

Review: ETUDE Miss Tangerine (eyes, cheek, lips, nail)

ซีซั่นนี้สีไหนจะมาแรงเท่าสีส้ม… ETUDE ถึงขนาดออกคอเลคชั่นรับ S/S 2011 ด้วยคอเลคชั่นโทนส้มจี๊ด “Miss Tangerine” ในคอเลคชั่นนี้จะมี 2 โทนหลักๆคือโทนส้ม และโทนชมพูค่ะ เราได้ sample มาแต่โทนชมพู เลยขอมารีวิวให้ชมกันก่อน เดี๋ยวได้ถอยโทนส้มมาสมทบแล้ว จะจัดรีวิวอีกทีนะจ้ะ มากันที่ LuciDarling Fantastic Gradation eyes #8 Miss Berry Berry ราคา 895 บาท eyeshadow โทนชมพูส้ม สีสันน่ารัก สีค่อนข้างเด่นชัดค่ะ ภายในพาเลทก็มีสีขาวมุก สีชมพู สีส้ม และสีน้ำตาลม่วงเข้ม ติดทนปานกลาง ต้องใช้ eye primer ช่วยจึงจะติดเด่นชัดทั้งวัน เนื้อเป็นฝุ่นทุกช่อง แต่ทาง่าย สีสันน่ารักมากๆค่ะ มาต่อกันที่ Miss Tangerine cream chou blusher #3 miss berry ราคา 455 บาท ครีมบลัชสีสันน่ารัก ที่ได้มาเป็นโทนชมพู ใช้เพียงนิดเดียวสีก็เด่นชัดค่ะ วิธีใช้ไม่ยากเลย บีบมาแล้วแตะๆวนๆที่แก้ม ต่อกันด้วยลิปที่เราชอบมากๆ Miss tangerine sweet shower lips #01 shining pink shower ราคา 595 บาท ลิปแท่งนี้เหมือนทาลิปสติกบวกกลอซเลยค่ะ ได้ความชุ่มชื้นสุดๆ ทาง่ายไม่ตกร่องริมฝีปาก สาวปากแห้งและแตกแบบเราเลยเลิฟสุดๆ กลิ่นหอมสดใส สีสันกำลังดี []

Review: Urban Decay NAKED palette

NAKED palette ขึ้นชื่อว่าเป็น Rare item กว่าจะได้มาเนี่ยฝากมาหลายคนจนหมดหวัง สุดท้ายก็ฝากแม่ค้าหิ้วมาจนได้ แต่รอบนี้ร้านหิ้วหิ้วจาก UK เลยพอมีของ ได้มาพักใหญ่แล้วล่ะ ครั้งนี้ได้โอกาสมารีวิวสีให้ชมกันค่ะ… แพคเกจกำมะหยี่สวยงาม หรูหรา แต่…มอมแมมง่ายซะเหลือเกิน ในพาเลทจะประกอบไปด้วย eye shadow สีคลาสสิค 12 สี แนว gorgeous neutral Virgin (nude satin) Sin (champagne shimmer) Naked (buff matte) Sidecar (beige sparkle) Buck (brown matte) Half Baked (bronze) Smog (golden brown shimmer) Darkhorse (bronze-plum shimmer) Toasted (taupe-bronze) Hustle (mocha shimmer) Creep (near-black metallic) Gunmetal (dark grey metallic) นอกจากนี้ ก็ยังมี Travel-size Eyeshadow Primer Potion แถมมาให้ด้วย ชิ้นนี้เราชอบที่สุดค่ะ หลากหลายแบรนด์ที่ใช้มา ยอมรับว่าแบรนด์นี้เริ่ดสุดเลย ไม่เป็นคราบ ช่วยให้ติดทนได้ดีจริงๆ ตอนนี้ฝากน้าซื้อ Professional size แต่ก็ไม่รู้ว่าของจะมีหรือเปล่า หมดไวจริงๆ และสุดท้าย ก็แถม 24/7 Glide-On []

Review: LANCOME Virtuose Precious Cells Mascara

วันนี้แวะมารีวิวมาสคาร่าจาก LANCOME ตัวล่าสุดสุดเจ๋งค่ะ ชื่อรุ่นว่า Virtuose Precious Cells แท่งนี้ได้มาเมื่อตอนไปงานปีใหม่ของลังโคมจ้า (ราคาปกติ 1,100 บาท) จุดเด่น มาสคาร่าเน้นความโค้งงอน และบำรุงการงอกของขนตา ทำให้ขนตาหนาแน่นขึ้น งอนยาวขึ้นใน 28 วัน ด้วย Lash Densifier Complex ในส่วนของหัวแปรงเป็นรุ่น KeepCurl (TM) จดสิทธิบัตรแล้วด้วยล่ะ มันจะโค้งรับขนตาของคนเอเชียได้พอดีค่ะ ขนแปรงก็ไขว้กันเพื่อเพิ่มความงอน ความรู้สึกหลังได้ใช้ หลังจากใช้แล้วเราชอบนะ ปัดง่ายมาก ขนตาแผ่กระจายไม่เกาะเป็นก้อนเลย ปัดง่ายทั้งขนตาบนและล่าง งอนและยาวขึ้น แต่ไม่ค่อยหนาค่ะ เคยพยามปัดให้หนาซึ่งทำให้ตอนล้าง ล้างออกยากมาก แนะนำให้ปัดประมาณ 3 ครั้งก็พอค่ะ จะล้างออกได้ไม่ยากเกินไป รุ่นนี้กันน้ำ และทนต่อความมันบนใบหน้าได้ดี ต่อขนตาให้ยาวแต่ไม่มีไฟเบอร์ร่วง เหมือนบางยี่ห้อ ทำให้ปัดแล้วมั่นใจค่ะว่าไม่เลอะแน่ๆ ในส่วนประสิทธิภาพเด่นที่ว่าเรื่องขนตางอกใหม่และยาวขึ้น อันนี้วัดยากอ่ะ เพราะเราใช้เซรั่มบำรุงขนตาด้วยค่ะ ขนตายาวและแข็งแรงขึ้น สรุปรีวิวให้ดูง่ายๆ โดย Kirari only นะจ้ะ (แต่ละคนอาจจะมีความชอบไม่เหมือนกันน้า) แล้วพบกันใหม่ครั้งหน้าค่ะ

Review: Dolly Wink No. 2, 5, 6, 8

Dolly Wink เป็นขนตาเกรดพรีเมียมจากญี่ปุ่นค่ะ เป็นของบริษัท KOJI โดยมีซือจัง หรือ Tsubasa จังเป็นผู้ออกแบบและพรีเซนเตอร์ ใครที่ชอบผลงานของซือจังก็คงจะติดตากับดวงตากลมโต ขนตาฟูๆของเธอเป็นอย่างดี พอดอลลี่ออกวางขาย เราก็ไม่พลาดที่จะซื้อมาลองค่ะ แต่เสียดายสุดๆ เพราะหาซื้อ เบอร์ 1 ยากมาก หมดหลายสาขา ก็ต้องพยามหากันต่อไปค่ะ สำหรับราคาอยู่ที่ 1260 เยน ต่อกล่อง (มี 2 คู่) ด้านราคาอาจจะดูแพง แต่ถ้าได้ลองติดแ้ล้วจะรู้สึกคุ้มเลยล่ะ เพราะมันสวย และทนมากๆ ตอนนี้ในครอบครองเรามีอยู่ 4 เบอร์ค่ะ No.2 Sweet Girly No.5 Real Nude No.6 Baby Cute No.8 Pure Little แต่อีกไม่กี่วันก็จะได้เบอร์ 4 Feminine Style มาแว้ว เดี๋ยวค่อยมารีวิวเพิ่มนะคะ วันนี้เอาแค่ 4 เบอร์ก่อนเนาะ มาที่เบอร์แรกเลย No.2 Sweet Girly ตอนเปิดกล่องมาแอบตกใจ เพราะยาวมากกก ทั้งเส้นขนตา และแผงขนตา คืออยากติดแบบซือจังนะ แต่ไม่ไหวจริงๆ มันเกินขอบตามาเยอะมาก เด่นเกิน เลยตัดออก 0.5 cm ค่ะ ติดแล้วเด้งมาก จำได้ว่าติดไปงาน Liese มีคนชอบหลายคนเลย ไม่หนา ไม่บาง ยาวววว เด้งแบบดูดี แต่ด้วยความที่มันยาว ติดยากเหมือนกันค่ะ กว่าจะติดได้สวยเป๊ะ []

Review: canmake melty nude lip

Lipstick รุ่นนี้เีรียกได้ว่าดังทั้งไทยและญี่ปุ่นเลยล่ะ ด้วยความที่มันชุ่มชื้น ทาง่าย สีสวย ที่สำัคัญราคาไม่แพงด้วย จุดเด่นของลิปรุ่นนี้ สีนู้ดสวย ปกปิดรอยคล้ำของปากได้พอสมควร สามารถทาได้โดยไม่ต้องลงลิปคอน ชุ่มชื้น ทาง่าย ที่ไทยก็เห็นวัตสันนำเข้ามาค่ะ หาซื้อไม่ยาก แต่เห็นหลายสาขาของหมดเหมือนกัน สีที่เราซื้อมา มี 2 สีค่ะ 01 Baby Beige 03 Baby Pink อีก 2 สีที่เหลือก็สวยนะคะ แต่สีมันใกล้เคียงกับลิปที่เรามีอยู่ ก็เลยไม่ได้ซื้อมาค่ะ มาดูสีจริงบนปากกันบ้าง สี 01 Baby Beige เป็นสีที่นู้ดมากกกกกกกกกกกกก กกกกกกก แต่ก็สวยมาก ทาง่ายมากเลยค่ะ ตัวลิปสีเบจอ่อนสวย ติดทนพอสมควร ข้อ แนะนำสำหรับสีนี้… ควรแต่งตาเข้มนิดนึงค่ะ เพราะมันนู้ดมากจริงๆ การทาลิปสีอ่อนแบบนี้ จะดึงเสน่ห์ของตาออกมาได้มากทีเดียว กลับกัน ถ้าตาไม่เข้ม แล้วปากซีด จะดูป่วยได้ง่ายๆเลยล่ะ 03 Baby Pink สีชมพูนม แบบ creamy pink น่ารักๆ สีนู้ดสุดๆเช่นกัน แต่ก็น่ารักมากๆ ทาง่ายค่ะ ตาไม่เข้มมากก็ทาได้ เป็นสียอดฮิตของสาวๆเลยล่ะ ตัวแท่งตัดเป็นเหลี่ยมๆ เก๋ไปอีกแบบ แพคเกจสี Pink gold น่ารักๆ เรียบๆ ปิดท้ายด้วยรูปเปรียบเทียบสองสีค่ะ เราชอบ ทั้งสองสีนี้เลย โดยเฉพาะ Baby Beige หาลิปนู้ดๆทาง่ายๆ ราคาน่ารักแบบนี้มานานแล้ว

Hual: Beautilicious

เปิดกล่องหน่อยจิ๊… มาดูกันทีละไอเท็มดีกว่า เริ่มจากแป้งสุดรักของเราตอนนี้ Puff-up Souffle โทนสีเป็นโทนที่เราชอบมาก นั่นคือชมพู-ดำ ตัวตลับใหญ่แต่บางค่ะ แพคเกจน่ารักมากๆๆ ถูกใจเราที่สุดเลย เนื้อแป้งเรายอมรับเลยว่า เยี่ยมจริงๆค่ะ คือเนื้อมันผสมรองพื้นแต่ทาแล้วไม่หนัก ไม่หนา ที่สำคัญ มันคุมมันดีสุดๆ ก่อนหน้านี้เราใช้แป้งมาหลายรุ่นที่คุมมัน ทั้ง K-Palette, Beauty Credit, Coffret D’Or (summer collection) เราว่ามันก็คุมได้ระดับหนึ่ง แต่ beautilicious ทำได้มากกว่านั้น ซึ่งเราชอบมากก สำหรับการทดลองเรื่องการคุมมันเนี่ย เราทดลองดังนี้ค่ะ สกินแคร์และเมคอัพเบส ใช้แบบเดียวกันทุกวัน สภาพแวดล้อมเดียวกันทุกวัน (ออฟฟิส เปิดแอร์ตลอด) ทุกอย่างเหมือนกันต่างกันที่แป้งพัพที่เราเลือกใช้ ผลปรากฏว่า 2 วันที่เราใช้แป้งตลับนี้ ช่วงเช้าเราไม่ต้องซับมันเลย ซึ่งทุกที เราต้องซับประมาณ 1 -2 แผ่นค่ะ สำหรับข้อเสียของแป้งรุ่นนี้เราว่าอยู่ที่พัพล่ะ คือเราไม่ค่อยชอบพัพมันเลย มันเป็นฟองน้ำเนื้อพรุนแต่ไม่ค่อยนุ่มเท่าไหร่ พัพมันไม่ค่อยดูดแป้งด้วย ต้องทาซ้ำหลายทีเหมือนกัน รูปทรงฟองน้ำดูแปลกแต่จริงๆใช้ง่าย เพราะสามารถแตะแป้งในส่วนที่เข้ายากเช่นขอบตา ปีกจมูกได้ง่ายค่ะ รุ่นนี้ได้ยินว่าเป็นแบบทูเวย์คือใช้น้ำได้ด้วย แต่ยังไม่ได้ลองล่ะ ข้ามมาที่ไอเท็มอื่นต่อดีกว่า ตัวนี้ก็เจ๋ง Arch it right eyebrow kit เราอยากได้พาเลทแต่งคิ้วแบบนี้มานานแระ ก่อนหน้านี้เราเห็นของยี่ห้อ Model Co. แต่ราคาสูงเิกินไป เลยตัดใจไม่เอาดีกว่า พอมาเห็นยี่ห้อนี้ราคา 600กว่าๆก็เลยตัดสินใจไม่ยาก ตัวนี้ได้เป็น The winner ของ CLEO beauty hall of fame ด้วย []

Hual-Review:Impress, Lunasol, Dejavu, Caretrico

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีหลายไอเท็มที่เข้ามาอยู่ในกรุเพียบเลย วันนี้ขอมาเห่อและรีวิวในบางส่วนนะคะ เริ่มกันที่ของรางวัลที่ได้จากเวบจีบันกันก่อน จากที่ได้ร่วมสนุกกับฮาวทู Save the world และได้รับรางวัลจากคาเนโบ ต้องขอบคุณมากๆเลยค่ะ ของที่ได้มามีทั้งหมด 2 ชิ้นค่ะ เป็น Impress IC Revitalizing moist up essence (2800 บาท) และ Lunasol Full Glamour Lip S (31 Medium Coral Rose) (1050 บาท) สำหรับตัว Impress IC ตัวนี้ Package เีรียบหรูเหมาะกับราคาหรูๆจริงๆ เปิดออกมาจะเป็นจุกปั๊มค่ะ คุณสมบัติเด่นคือการบำรุงผิวให้นุ่ม ชุ่มชื้น เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับส่วนที่ลึกที่สุดของผิวชั้นนอก ความรู้สึกหลังใช้ หลังจากแตะๆตามหน้าและนวดตามวิธีใช้แล้ว รู้สึกว่ามันซึมเข้าไวมากๆ ผิวรู้สึกนุ่มและสดชื่นในทันทีค่ะ แล้วกลิ่นก็หอมด้วย สำหรับวิธีการนวดหน้าด้วยตัวเอง จิ้มที่นี่เลย เค้าทำเป็นภาพเคลื่อนไหวด้วย วิธีการนวดหน้า มาต่อกันที่อีกชิ้นจากคาเนโบกันบ้าง Lunasol Full Glamour Lip S (31 Medium Coral Rose) เปิดมาถึงกับอึ้งกับกากเพชรระยิบระยับ วิ้งๆสวยมากค่ะ สีนี้ออกชมพูกุหลาบ หากทาจากแท่งจะติดกากเพชร วิ้งพอสมควรเลย แต่ถ้าหากใช้แปรงทาจะไ่ม่ค่อยวิ้งมากค่ะ เนื้อนุ่มมากๆ ทาแล้วปากไม่แห้งเลย สรุปว่าชอบสุดๆค่ะ ตอนที่ไปรับของรางวัลก็เกือบเสียทรัพย์ให้กับ ลิปรุ่นนี้เบอร์ 21 Sugar pink สีน่ารักมาก และก็ eye shadow รุ่น []

Review: Lavshuca Dramatic memory rouge, concealer

Dramatic memory rouge เพิ่งออกสีใหม่มาสองสี เลยฝากซื้อมาสีนึง PK4 ในรูปมันดูชมพูนู้ดนะ แต่พอใช้จริง มันเบจนู้ดเลยล่ะ น่าจะเป็นรหัส BE มากกว่า สีค่อนข้างเบจเข้มเหมือนกันค่ะ สีที่สองเป็น PK3 สีประจำตัวเราก็ว่าได้ หมดไปหลายแท่งมากๆ สีชมพูนู้ดเล็กน้อย สีสวยที่สุดดดดดด สีที่สามก็เป็น OR1 สีโทนส้ม ส้มจริงจังเหมือนกัน แต่สวยดีค่ะ รุ่นนี้ไม่มีวิ้งนะคะ สีจะไม่จัดมาก ทาง่ายค่ะ สีไม่จัดแต่ติดทนนะ จริงๆมีอีกแท่งโทนแดง แต่ให้คุณแม่ไปแล้วค่ะ อดเอามาโชว์ ฮ่าๆ ลองกับท้องแขนสีจะเพี้ยนนิดหน่อยน๊า เอาไว้ค่อยมารีวิวบนปากอีกที สีจริงๆที่ได้บนปากเนี่ย เหมือนสีในแท่งอ่ะค่ะ ข้ามมาอีกรุ่นเป็นรุ่น Jewelry N แท่งจิ๋วมากก ซื้อมาซักพักแล้วล่ะ เป็นสีโทนเบจค่ะ รุ่นนี้เด่นที่วิ้งมาก วิ้งจริงจังเลยล่ะ แต่ทาบนปากก็ไม่เท่าไหร่นะ กำลังดีค่ะ ทาไปทามาจะเริ่มรู้สึกเหมือนสครับปาก เพราะวิ้งมันเยอะ ฮ่าๆ ข้ามมาที่ Concealer สุดร้ากก รอบนี้ถอยสีอ่อนสุดมาค่ะ Light Beige รอบที่แล้วซื้อ Natural Beige ให้คุณแม่ รู้สึกสีเข้มไปนิดสำหรับเรา เลยเอาสีอ่อนกว่าซักหน่อย ตัวนี้เป็นลิปคอนได้ดีเลยอ่ะ ไม่ตกร่อง ปากนุ่มเลย มีรูปที่ถ่ายไว้ รูปซ้ายใช้ PK4 และด้านขวาใช้ Lavshuca concealer ทาแล้วก็ ลงกลอสค่ะ อันนึงนู้ดเบจอมชมพู อันนึงนู้ดเบจซีดๆ รูปล่างนี้ใช้ PK3 ค่ะ นู้ดๆ สีชมพูอ่อน มันเข้ากับการแต่งหน้าได้หลายแบบมากเลย เป็นสีที่เราชอบที่สุดค่ะ (สำหรับสาวผิวแทน []

Review: Maybelline Baby Lips ลิปแคร์สุดน่ารัก Best Cosme 2010 อันดับ 2 ในญี่ปุ่น

หลังจากปล่อยรูปลิปแท่งยักษ์ไปในเฟสบุ๊ค เพื่อนๆก็เข้ามาขำกันใหญ่ ลิปอาร๊ายยใหญ่มากๆ เจ้าลิปยักษ์แท่งนี้ใช้จริงไม่ได้หรอกจ้า เป็นกล่องของขวัญที่ทางเมเบอร์ลีนส่งมา ให้ลองใช้เล่น แกะออกมาก็กรี๊ด เย่… Baby Lips เข้าไทยแล้ว แหม..ลุ้นตั้งนานแน่ะ นึกว่าจะไม่มาซะอีก หากใครที่ติดตามเทรนด์เครื่องสำอางและสกินแคร์ของญี่ปุ่น คงรู้จักเวบ @Cosme (www.cosme.net) กันเป็นอย่างดี เราเป็นคนนึงที่ติดตามเวบนี้มาตลอด อะไรติดอันดับ ก็ลองซื้อมาใช้อยู่เรื่อย และ MAYBELLINE Baby lips ก็คว้ารางวัลใหญ่ปลายปี 2010 มาด้วยล่ะ เป็น Best Lip care อันดับที่ 2 ด้วย ที่ญี่ปุ่นวางขายมาเมื่อต้นเดือนกันยาปีที่แล้วโน่นแน่ะ ด้วยราคา 315 เยน มีทั้งหมด 6 กลิ่นค่ะ (ขอเรียกชื่อกลิ่นตามแบบญี่ปุ่นนะคะ) 

Review: BIODERMA Cleansing water กลับมาแล้ว!!!

สาวๆที่รักผิวหลายๆคนคงพอจะคุ้นหูกับแบรนด์ BIODERMA กันมาบ้าง แบรนด์นี้เคยวางขายในไทยจนทำให้เราติดใจแล้วจู่ๆก็หายแว้บไป หาซื้อกันไม่ได้ ต้องฝากหิ้วกันยกใหญ่ แต่ในวันนี้ เค้ากลับมาแล้ว เย่… Cleansing Water ที่แสนโด่งดัง กลับมาให้เราหาซื้อกันได้ง่ายๆเหมือนเดิมแล้วค่ะ ดังไม่ดังยังไง…เค้าโฆษณากันว่า ยอดจำหน่ายทั่วโลกในทุกๆนาที จะขายได้ 15 ขวดเลยทีเดียว   สำหรับ Cleansing water จะมี 2 สูตรให้เลือกค่ะ คือสีชมพู สูตร Sensibio H2O จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ อ่อนโยนเหมือนน้ำ สะดวกในขั้นตอนเดียว ทั้งเช็ดทำความสะอาดผิวรอบดวงตา และผิวหน้า ทั้งยังไม่มีสารก่อให้เกิดการระคายเคือง Oil-free, Soap-free, Alcohol-free, Perfum-free และด้วยนวัตกรรม Micelle ทำให้ไม่ต้องล้างซ้ำด้วยน้ำ สูตรนี้เหมาะกับผิวแห้ง – ธรรมดา ผิวแพ้ง่าย ผิวที่เพิ่งผ่านการเลเซอร์ มีพวกรอยแดง หรืออักเสบ ในสูตรนี้จะมีส่วนผสมของ Laminiaria จะช่วยยับยั้งสารที่ก่อให้เกิดการอักเสบ ระคายเคือง และ Enoxolone ช่วยต่อต้านการอักเสบ ลดอาการแดงของผิว ทั้งสองส่วนผสมนี้เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ BIODERMA ค่ะ ส่วนอีกสูตรนึง คือสีเขียว สูตร Sebium H2O จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ สำหรับสูตรนี้จะช่วยทำความสะอาดลึกถึงรูขุมขน ขจัดน้ำมันส่วนเกินโดยไม่ทำให้ผิวแห้งตึง ตัวนี้ Oil-free, Soap-free, Alcohol-free และเป็น Non-comedogenic ไม่ทำให้อุดตัน สูตรนี้จะเหมาะกับผิวผสม – ผิวมัน หรือผิวที่เป็นสิวได้ง่าย ผิวที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง ในสูตรนี้จะมีส่วนผสมของธรรมชาติที่ช่วยในเรื่องการคุมต่อมไขมัน Ginko []