Update! BEST COSME ของครึ่งปีแรก 2017 จดลิสท์รัวๆ

รีเควสกันมาเยอะ พอประกาศปุ๊ปก็รีบมาอัพเดทให้ชมกันค่ะ

เผื่อใครไปญี่ปุ่น ไม่รู้จะซื้ออะไร ซื้อตามนี้ไปเลย ไม่ผิดหวัง ชอบจริงๆของตาม ranking เนี่ย

ช้อปเพลินมาก บล๊อกนี้มาพร้อมราคา และมินิรีวิวในชิ้นที่เราเคยใช้แล้ว

*ราคาที่เขียนไว้ ยังไม่รวม TAX 8% นะจ้ะ

 

เริ่มจากรางวัลใหญ่ของครึ่งปีแรก เป็นรางวัลที่คัดเลือกมาว่าเป็นที่สุด ของที่สุดในครึ่งปี ได้แก่

Lip Tint จาก OPERA

ลิปที่เนื้อนุ่ม ชุ่มชื้น เนื้อแวววาว ได้สีใสๆแบบทิ้นท์ และติดทน (1,500 JPY)

.

Shu Uemura คว้า BEST CLEANSING ไปครองค่ะ

Ultime8 Sublime Beauty Cleansing Oil (4,400 JPY/ 11,500 JPY)

ต้องเป็นรุ่นนี้ด้วยนะ Ultime8 เราเคยรีวิวไว้แล้ว ใช้ดีมากจริงๆ ลบได้สะอาด

อ่อนโยน พร้อมกับบำรุงผิวด้วย ผิวนุ่มเลยล่ะ

ดูรีวิวที่นี่ >> https://youtu.be/6QZSEQg3370

.

BEST LOTION ได้แก่ Diorsnow Essence of Light (6,900 JPY)

 เน้นจัดการกับเมลานิน เพื่อผิวขาวกระจ่าง เราว่าช่วงปีนี้ดิออร์มาแรงมากในญี่ปุ่น

.

Best Moisturizer ได้แก่ ONE by KOSE (5,000 JPY/ 8,500 JPY)

ชิ้นนี้เราว่าน่าสนใจ เพราะเป็นอีกชิ้นที่เน้นความชุ่มชื้น และลดริ้วรอยเป็นหลัก

โดยใช้ส่วนผสมจากข้าว No.11 เป็นข้าวสายพันธุ์ที่มีวิตามินและแร่ธาตุต่อผิวสูงสุด

ราคาก็แรงประมาณนึง (120ml 8,500 JPY) เอาไว้รอบหน้าไปแล้วจะซื้อมาลองดู

อันดับ 2 นี่เห็นในแมกกาซีนทุกเล่ม

POLA Wrinkle Shot Medical Serum (15,000 JPY)

ราคารุนแรงมาก แต่ช่วยลดริ้วรอยได้จริงตั้งแต่หลังใช้ทันที

เมื่อใช้ต่อเนื่องริ้วรอยก็ยิ่งจางลง ยิ่งอ่านรีวิวของสาวญี่ปุ่นยิ่งอยากใช้

เค้าบอกกันว่า ใช้ต่อเนื่องมาเดือนนึงหมดหลอดพอดี เส้นริ้วรอยต่างจางลง

โดยเฉพาะร่องแก้ม เส้นมันบางลง และหดสั้นลงด้วย น่าลองมากกก

อันดับ 3 เป็นเซรั่มหมวด whitening ชิ้นเดียวใน Ranking

ได้แก่ DECORTE  whitelogist bright express (15,000 JPY / 18,000 JPY)

เซรั่มที่ช่วยให้ผิวขาวกระจ่างด้วยการจัดการเมลานินอย่างตรงจุด

 

 

.

Best Cleanser ได้แก่ ORBIS AQUA FORCE (1,300 JPY)

เน้นเรื่องทำความสะอาดผิวหน้าอย่างหมดจด รูขุมขน แต่ไม่ทำลายความชุ่มชื้นในผิว

.

Best Sunscreen ได้แก่ DECORTE Sun Shelter SPF50+ PA++++

(3,000JPY/ 4,200 JPY)

กันแดดตัวล่าสุดที่เพิ่งวางขายเมื่อต้นปี แต่ฮิตมาก

เพราะกันแดดได้ด้วย กันฝุ่นก็ได้ และยังลดความเครียดในผิว ที่จะทำให้ผิวดูหมอง ดูสุขภาพไม่ดี

เป็นอีกชิ้นที่ปักหมุดไว้ว่าอยากลองมากๆ

.

อันดับสองก็น่าสนใจ เพราะเป็นแบรนด์ราคาเบาๆอย่าง นีเวีย แต่รุ่นนี้เนี่ย เข้าไทยยังนะ?

ถ้าใครเห็นฝากบอกด้วย จะไปซื้อมาลองใช้ดู

.

Best Lip care ได้แก่ Dior Addict Scrub & Balm (3,600 JPY)

.

Best Sheet Mask ได้แก่ Saborino Morning Mask white (1,300 JPY)

ชิ้นนี้ก็ฮือฮา ออกมาเมื่อเดือนเมษาที่ผ่านมาค่ะ มี 28 แผ่น ราคาเบามากแค่ 1,300 เยน

เป็นชีทมาส์กที่ใช้ตอนเช้าของทุกวัน ทำให้ผิวดูเปล่งปลั่ง เมคอัพติดทนขึ้น มาส์กแค่ 60 วินาทีก็ได้ผิวดีๆแล้ว

.

Mask อันดับ 2 จำได้ว่าซื้อมาแจกลูกเพจกันด้วย เพราะมันฮิตจริงอะไรจริง (3  แผ่น 690 JPY)

จากแบรนด์ My Beauty Diary ของไต้หวัน แต่รุ่นนี้ใช้ส่วนผสมจากญี่ปุ่น เป็นรุ่น Premium ค่ะ

เน้นชุ่มชื้นระดับสูงสุด ให้ผิวใส เด้ง

.

Best Base  ได้แก่ EXCEL Glow Luminizer UV

35g   1,700 JPY

เบสที่ปรับผิวโกลว์สวย ช่วยพรางรูขุมขนให้ดูเล็กลง

หรือจะใช้ปิดท้ายเป็นไฮไลท์เนื้อครีมก็ได้

.

Best Powder Foundation ได้แก่ CHANEL Le Blanc Compact Radiance (7,500 JPY)

แป้งผสมรองพื้นเนื้อเนียนกริบ ที่แม้ว่าจะโดนเหงื่อ โดนน้ำ ก็ไม่เยิ้ม ไม่แตก

ให้ผิวที่ดูสวย เรียบเนียนทั้งวัน (สาวๆเค้ารีวิวกันว่าแบบนี้แหละ น่าซื้อจัง)

 

อันดับ 2 ก็น่าสนใจ แหม๊…สอยเบสยี่ห้อนี้มาครบ ดันไม่ยอมสอยแป้งมาด้วย เสียดายจัง

ของ SOFINA Primavista Powder Foundation (3,800 JPY)

รุ่นนี้เน้นหนักเรื่องการปกปิดรูขุมขนค่ะ เมื่อใช้แล้วจะดูอายุผิวน้อยลง

แบรนด์นี้จะดังในหมู่สาวๆที่อายุ 25ปีขึ้นไป เพราะเป็นวัยที่ผิวเริ่มเกิดปัญหา

.

Best Liquid Foundation  ได้แก่ SHISEIDO Synchro Skin Glow Fluid Foundation

30ml  5,000 JPY

รองพื้นที่เนื้อเนียนเวอร์มากกกกก ใช้แล้วผิวสวยดูมีประกาย รุ่นนี้ไม่คุมมันนะจ้ะ

คนไทยอาจจะไม่ชอบเท่าไหร่ แต่สาวญี่ปุ่นชอบมาก ทาแล้วผิวสวย สุขภาพดี

จะบอกว่ารุ่นนี้น่ะ ก็มีคุชชั่นออกมาด้วย แล้วก็กอดคอคว้าอันดับ 1 ไปพร้อมกันเลย ของเค้าดีจริงๆ

.

อันดับ 2 คือ KATE  Secret Skin maker zero (30ml  1,600 JPY)

รองพื้นรุ่นนี้เน้นเรื่องการปกปิดผิว ให้ดูเนียนกริบในขั้นตอนเดียว

ยังไม่ได้ไปลองเลยยังพูดอะไรมากไม่ได้ ขอไปลองก่อนนะ

ส่วนอันดับ 3 ในตอนนี้ แต่เป็นรองพื้นที่เราให้เป็นอันดับ  1 ในใจของครึ่งปีแรกนี้นะ

นั่นก็คือของ SHU UEMURA Petal Skin Liquid Foundation

เนื้อมันเนียนมากกก ปกปิดมากกกก แต่ไม่หนาเตอะ ไม่ได้ดูโบก

คือใช้แล้วผิวดี๊ดี ดูฉ่ำน้ำ แต่ไมได้มันเยิ้ม

.

Best Cushion ได้แก่ SHISEIDO Synchro Skin Glow Cushion compact 

12g  5,500 JPY

คุชชั่นที่เราชอบบบมากกกอีกรุ่นนึง เพราะเนื้อดีมากกก ไม่ว่าจะเจออากาศร้อน หรือหนาวก็

ยังทำให้ผิวสวย โกลว์อยู่ ไม่ได้คุมมันมากนักนะ แต่ไม่ได้ทำให้หน้ามันเยิ้ม

อันดับ 2 เป็นคุชชั่นจาก Dior รุ่นล่าสุดค่ะ DiorSkin Forever Cushion (6,500 JPY)

รุ่นนี้ก็เนื้อดี  ปกปิดน้อยกว่า Shiseido  หน่อยนึง เน้นผิวเรียบเนียน

ถ้าเทียบกันเราว่าพอๆกันกับของชิเซโด้นะ ถ้าให้เลือกเราก็ยังเลือกชิอยู่ดี เพราะได้การปกปิดด้วย

แต่สาวญี่ปุ่นหลายคน ชอบแนวผิวเนียนๆ ไม่ต้องปกปิดมาก เน้นเผยผิวก็จะชอบตัวนี้

.

อันดับ  3 คือ LANCOME Blanc Expert Cushion Compact H  (6,500 JPY)

อันนี้ก็ดีงาม แบบว่าต้องมี! เพราะเป็นรุ่นที่เนื้อเนียนไปกับผิว

ปกป้องผิวจากฝุ่นได้ด้วย ง่ายๆคือกัน PM2.5  ได้ด้วย ช่วงที่เราไปญี่ปุ่นก็ใช้รุ่นนี้ตลอด

เริ่ดเวอร์ ผิวไม่เป็นสิวผดจากอาการแพ้ฝุ่นและละอองเกษรด้วย

.

มันพอดี๊พอดีที่เราเคยทำคลิปเทียบคุชชั่นไฮแบรนด์ไว้ให้แล้ว มีครบเลยล่ะ (แต่ลังโคมเป็นอีกรุ่นนะจ้ะ

ตอนนั้นรุ่น Blanc ยังไม่ออก)

.

Best Stick Foundation ได้แก่  CLE DE PEAU BEAUTE tent stick éclat

9g  8,000 JPY

ชิ้นนี้ในไทยมาแล้วนะ ถ้าจำไม่ผิดราคาราวๆ 3,500 บาทค่ะ มีอยู่ในกรุแล้ว

แต่ยังไม่ทันรีวิวเล้ยยย ของไทยเพิ่งเข้าเลย เดี๋ยวรีบทำรีวิวให้นะ

แต่สั้นๆสรุปได้ว่า มันบางมาก เนื้อจะฉ่ำๆหน่อย ได้ผิวแบบโกลว์สวย

เหมาะกับคนที่ผิวดีเป็นทุนเดิม หรือคนที่อยากได้ลุคเหมือนไม่แต่งหน้ามาก

.

Best Powder ได้แก่ Maquillage Dramatic Mood Veil (silky)  3,500 JPY

แป้งอัดแข็งที่สาวญี่ปุ่นเทคะแนนหมดหน้าตัก บอกว่ามันทาแล้วเสริมให้ผิวสวยมาก

โกลว์สวย ดูมีมิติ ไม่แบน ไม่ด้านแบบแป้งตัวอื่น

.

Best Concealer ได้แก่ NARS Soft Matte Complete Concealer (3,400 JPY)

คอนซีลเลอร์เนื้อครีมที่เม็ดสีแน่น ปกปิดได้เนียนกริบ เวลาใช้ต้องวอ์มเล็กน้อย

เนื้อไม่ได้หนามาก แต่สามารถทาทับๆกันเพื่อเพิ่มการปกปิด

.

อันดับ 2 ก็น่าสนใจนะ ชิ้นนี้ราคาเบาๆ ใช้ได้ดีเกินราคา

CEZANNE Control Concealer (600 JPY)

ชิ้นนี้เหมาะกับคนที่มีผิวแดงๆ ต้องการปกปิด เนื้อจะเป็นพาวเดอร์ครีมสีเขียวอ่อนๆ

เมื่อทาไปแล้วจะกลบรอยแดงที่ผิวหน้าได้ดี

.

Best BB Cream ได้แก่ LANCOME UV Expert BB Complete

กระแส BB ครีมในญี่ปุ่นไม่ได้แรงมากนักแล้วล่ะ เพราะคุชชั่นมาแทน

ปีนี้ลังโคมก็ยังคงครองอันดับ 1 ด้วยเนื้อที่บางเบา ปกปิดกลางๆ กันแดดได้ดี

แล้วก็ไม่ไหลเยิ้มระหว่างวัน เลยคว้าอันดับหนึ่งไป

.

Best Eyeshadow ได้แก่ SUQQU Designing Color Eyes (6,800 JPY)

จัดว่าเป็นแบรนด์ที่เมคอัพแพงที่สุดอันดับต้นๆของแบรนด์สัญชาติญี่ปุ่นเลยล่ะ

แต่สีที่ได้สวย และติดทน แบรนด์นี้จะเน้นวัยทำงานขึ้นไปที่ต้องการโทนสีที่ใช้ได้ทุกวัน

ติดทนแม้เปลือกตาแห้ง สีไม่ตกร่อง สำหรับเราลองใช้แล้วมันก็ดีนะ แต่ว่าด้วยราคาที่สูงมาก

เลยไม่ค่อยได้ซื้อมาลองบ่อยๆ

อันดับ 2 นี่ต้องลองเลย!

CANMAKE Wink Glow Eyes (500 JPY)

ชิ้นนี้เป็น Gloss eyeshadow ค่ะ สีจะบางมาก แต่วาวมากกก

เทรนด์ตอนนี้ที่ญี่ปุ่นมันก็แบบนี้แหละ ช่วงนี้แต่งตากันสีเบามากกพอกับเกาหลีเลย

เน้นความแวววาวของเปลือกตา มีออกสีนิดๆ ดูน่ารัก แล้วชิ้นนี้ก็ราคาเบามากกก ขายดีสุดๆ

อันดับ 3 ได้แก่ Coffret D,Or Beauty Aura Eyes (3,500 JPY)

นี่ก็เป็นอีกแบรนด์อายแชโดว์ที่เราชอบมาก และซื้อบ่อยมาก ราคาไม่แรงเกินไป

แต่สีที่ให้มาในพาเลท เรียกว่า พกตลับเดียวจบเลย แปรงก็ไม่ต้องพก เพราะให้มาพร้อม

อุปกรณ์ในพาเลทคือดีมากๆ ใช้ได้จริง สีสวยด้วย แล้วพาเลทนี้มาครบมากๆ เป็น 4 สีที่แต่งได้ตามีมิติ

.

Best Eyeliner ได้แก่ KATE Super Sharp Liner EX (1,100 JPY)

ชิ้นนี้เป็นไลน์เนอร์รุ่นใหม่ที่วาดง่ายที่สุดชิ้นนึงของเคท หัวแปรงเรียว แน่น

วาดเส้นได้สวย สีดำสนิท

อันดับ 2 ได้แก่ CANMAKE Lasting Liquid Liner (900 JPY)

ไลน์เนอร์ที่พู่กันเรียวเล็กมากๆ สำหรับเราคือเล็กไปหน่อย

แต่สาวๆญี่ปุ่นที่เน้นการแต่งหน้าแบบสาวน้อย เค้าชอบกันมากๆ

เพราะวาดแล้วได้ตาที่ดูธรรมชาติ สีดำสนิท ไม่ลบระหว่างวัน

อันดับ 3 ก็ยังคงเป็น CANMAKE 

รุ่น Ready Rich Liner (550 JPY) 

ชิ้นนี้เดี๋ยวต้องไปซื้อมาลอง เป็นไลน์เนอร์สีเมทัลลิคค่ะ สีที่กำลังนิยมตอนนี้ก็ต้อง

Rose Grey  สีมุกๆชมพูอมเทา

.

Best Mascara ได้แก่ OPERA My lash (950 JPY)

มาสคาร่าที่ปัดแล้วขนตาเรียงเส้นสวย เหมือนเป็นขนตาจริงๆ ไม่เกาะเป็นก้อน

เนื้อมาสคาร่าเคลือบขนตาได้สวย

.

Best Eyebrow ได้แก่ K-Palette Lasting Eyebrow Tint  (1,200 JPY)

ชิ้นนี้ต้องมี! มาแรงสุดๆ สำหรับทิ้นท์เขียนคิ้ว ที่วาดแล้วทิ้งไว้ ค่อยลอกออก

หัวแปรงวาดได้ง่าย เท่าที่เราใช้มา ของค่ายญี่ปุ่นก็ชอบอันนี้กับ Fujiko Mayu tint สองแบรนด์นี้

ใช้ได้ดีมาก แต่ของ K-Palette เคลมว่าอยู่ได้ 7 วันนานสุดในตลาดตอนนี้

(ถ้าใช้พวก remover ที่ผสมออยล์ ยังไงก็อยู่ไม่ถึงนะ) แต่ที่ใช้เนี่ย เราชอบกว่าของฝั่งเกาหลี

ตรงที่หัวแปรงวาดง่ายกว่า แล้วเนื้อทิ้นท์อยู่ได้นานกว่า

.

Best Lipstick ได้แก่ OPERA Lip Tint (1,500 JPY)

ชิ้นนี้ได้รางวัลใหญ่เป็น Best of the Best ของครึ่งปีแรกไปแล้ว

ไม่ต้องคิดมากเลยล่ะ เนื้อฉ่ำเนียน สีแบบทิ้นท์ ใสๆ ออกสีบางๆแต่ติดทน

 

อันดับ 2 ได้แก่ YSL Volupte tint in Balm (4,300 JPY)

ในไทยขายอยู่ 1,500 บาท เราเคยรีวิวไว้แล้วจ้า

https://kirarista.com/2017/02/17/ysl-volupte-tint-in-balm-swatch/ 

เนื้อแนวทิ้นท์มาจริงๆ สาวๆฮิตกันมาก แบบว่าสีไม่ต้องแน่นมาก แต่เห็นสีบางๆ

เหมือนกับเป็นสีริมฝีปากของเรา แล้วเนื้อต้องฉ่ำวาว ถึงจะอินนะช่วงนี้

.

Best Cheek / Face Color ได้แก่ IPSA Designing Face Color Palette (5,800 JPY)

พาเลทนี้สาวๆญี่ปุ่นเทคะแนนให้เพราะพกพาเลทเดียว ครบ! ทั้ง Blush, Shading, Highlight

มาพร้อมแปรงสองหัวขนนุ่ม

 

อันดับ 2 คือ Maquillage Cheek Color (Clear)  2,800 JPY

บลัชของค่ายนี้สีสวยมาก เป็นเฉดที่เหมาะกับสาวเอเชีย ปัดแล้วดูสุขภาพดี

.

Best Hand Cream ได้แก่ L’OCCITANE Intensive hand cream (3,600 JPY)

ชิ้นนี้เหมาะกับคนที่มือแห้งมากๆ มือเหี่ยวมากๆ เพราะผสม Shea Butter ถึง 25%

สำหรับอากาศบ้านเราน่าจะเหนอะไปหน่อย แต่บำรุงได้ดีจริงๆ เหมาะกับทาตอนกลางคืน

แต่ถ้าไปเมืองหนาวก็ควรพกเลยล่ะ

อันดับ 2 ได้แก่ JILL STUART Crystal Bloom Perfume Hand cream (2,400 JPY)

เป็นแฮนด์ครีมที่แพคเกจสวยที่สุดเท่าที่เห็นมาแล้วล่ะ เนื้อไม่หนักมาก ในไทยใช้ได้สบาย

แต่ที่เริ่ดกว่านั้นคือ แค่เปิดฝา ก็กลิ่นหอมฟุ้งแล้ว ทาที่มือนิดเดียว มือหอมไปนาน

เราชอบมากๆเลยรุ่นนี้

.

Best Body Wash ได้แก่  Bouncia Body Whip Elegant Relax 

ครีมอาบน้ำกลิ่นออกใหม่ล่าสุด เด่นตรงที่วิปโฟมมันนุ่ม ใช้แล้วผิวไม่แห้ง

แถมกลิ่นที่ออกมาใหม่ก็หอมกุหลาบ อโรม่าสุดๆ

.

Best Perfume ได้แก่ JILL STUART Crystal Bloom Aura dream EDP (5,500 JPY /7,500 JPY)

น้ำหอมกลิ่นที่ทุกคนชอบ เพราะมันไม่แรงเกินไป ได้กลิ่นแล้วรู้สึกถึงความอ่อนโยน

ความอินโนเซนส์ ในบรรดาน้ำหอมของ JILL STUART เราเองก็ชอบขวดนี้มากที่สุดนะ

หอมมากจริงๆ

.

Best Beauty Goods ได้แก่ SHU UEMURA Petal 55 Foundation Brush (6,000 JPY)

แปรงที่ขายดีและขาดตลาดทั่วโลก!! มันเป็นแปรงลงรองพื้นที่ขนนุ่ม แน่นที่สุดชิ้นนึง

แค่ปาดลงที่ผิวก็เรียบเนียนแบบไม่ต้องใช้ฟองน้ำซ้ำเลย เราชอบมากๆเลยชิ้นนี้

ยิ่งใช้คู่กับรองพื้นรุ่น Petal skin ของ SHU ยิ่งกริบ

อีกแบรนด์ที่ฟีลคล้ายๆกันคือแปรงของ JILL STUART นะ แต่แบรนด์นั้นดันไปโปรโมทด้านลงแป้งรองพื้น

ก็เลยไม่ปังเท่า แต่ทาออกมา ฟีลคล้ายกันเลยล่ะ

.

Best Beauty Gadget ได้แก่ PANASONIC Beauty EH-SG90

รุ่นนี้เห็นวางขายอยู่เหมือนกัน แต่ไม่ได้ซื้อกลับมา น่าจะใช้ไฟบ้านเราไม่ได้

มันเป็นเครื่องปล่อย Tanzan หรือเรียกง่ายๆว่า โซดาน่ะแหละ

คือมันบูมมากกกกในญี่ปุ่น เพราะะช่วยทำให้ผิวใส ผิวเด้ง และชุ่มชื้น

ใช้บ่อยๆจะช่วยให้ผิวดูขาวอมชมพูขึ้น เพราะกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตได้ดี

.

สำหรับครึ่งปีแรกนี้ก็มีประมาณนี้แหละที่น่าสนใจ ใครอยากดูแบบเต็มๆ

ก็หาอ่านได้ที่เว็บ http://www.cosme.net/ ต่อได้เลย (ภาษาญี่ปุ่น)

แล้วมารออัพเดทกันอีกที รางวัลใหญ่ปลายปีนะจ้ะ

 

 

 

 

 

 

Leave a Comment

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Kirari Recommended

Archives

IG @Kirarista

There was an error retrieving images from Instagram. An attempt will be remade in a few minutes.

Follow KIRARISTA.com on WordPress.com
%d bloggers like this: