♨️ KUSATSU ONSEN (草津温泉) เป็นเมือง onsen เล็กๆ ที่มีประชากรเพียงแค่ 7000 คน เท่านั้นเองนะ แต่ได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองออนเซ็นอันดับ 1 ของญี่ปุ่น hot hit มาก ขนาดมีนักท่องเที่ยวมา ปีๆนึง เนี่ย ถึง 3 ล้านคนต่อปี ที่นี่จะมีอะไรบ้าง ทำไมคนญี่ปุ่นถึงหลงรักที่นี่กันนัก และนักท่องเที่ยวที่เคยได้ไปก็อยากจะกลับมาอีกครั้งเสมอ ไปดูในรีวิวนี้ได้เลยค่ะ

ทำไมต้องเป็น “คุซัทสึ”?
คุซัตสึ เป็น Onsen ที่เรียกได้ว่าเป็น 1 ใน 3 Onsenที่ดีที่สุดในญี่ปุ่นเลยนะ และยิ่งไปกว่านั้นคือเป็นอันดับ 1!! ในเรื่องของน้ำแร่ ทั้งด้านปริมาณและเรื่องคุณสมบัติแร่ธาตุต่างๆ โดยมีปริมาณน้ำแร่ที่ผุดขึ้นมาเยอะมากๆ ถึง 32,300 ลิตรต่อนาทีเลยทีเดียวค่ะ ด้วยความเจ๋งของที่นี่ ทำให้ตลอด 600 ปีที่ผ่านมา พวกคนมีชื่อเสียง ขุนนาง ซามูไร ต่างพากันมาที่นี่เพื่อแช่น้ำเยียวยาร่างกายค่ะ คือฮิตกันมานานมากๆ

เยี่ยมชม “ยูบาทาเกะ” (Yubatake – 湯畑) ไฮไลท์ของคุซัตสึ
จุดแรกที่ทุกคนต้องมาคือ “ยูบาทาเกะ” หรือทุ่งน้ำร้อน สัญลักษณ์ของที่นี่เลยนะ ที่นี่เป็นแหล่งกำเนิดน้ำพุร้อนขนาดใหญ่ที่ส่งน้ำไปยังเรียวกังและโรงอาบน้ำต่างๆ ทั่วเมือง ภาพของไอน้ำร้อนที่ลอยฟุ้งตลอดเวลา กับรางไม้ที่ใช้ลำเลียงและลดอุณหภูมิน้ำร้อน เป็นภาพที่สวยงามและน่าประทับใจมาก
เป็นทิวทัศน์พิเศษที่เป็นเอกลักษณ์ของคุซัตสึออนเซ็น เกิดมาจากการที่มีน้ำออนเซ็นเยอะเป็นอันดับ 1 ในญี่ปุ่นและอุณหภูมิที่ร้อนสุดๆถึง 90 องศา ทำให้เค้าออกแบบรางไม้ส่งน้ำขนาดใหญ่ถึง 7 ราง ไม่มีที่ไหนเหมือนที่นี่แน่นอน และความสวยงามแบบนี้ไม่สามารถหาชมได้ที่อื่นได้จริงๆ ค่ะ และบริเวณรอบๆ ก็เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และโรงแรม บรรยากาศคึกคักทั้งวันทั้งคืนเลยค่ะ




กลุ่มรางไม้ยาว 7 รางมีชื่อเรียกว่า “ยูโดอิ” (湯樋/Yudoi) นอกจากที่จะช่วยลดอุณหภูมิแล้ว เค้ายังช่วยเรื่องเก็บเกี่ยว”ยูโนะฮานะ” ที่เป็นผลึกธาตุจากน้ำแร่ด้วยนะ ส่วนรางตรงปลายเค้าก็มีชื่อเรียกค่ะ คือ “ยูทากิ” (湯滝 / Yutaki) เป็นจุดที่น้ำไหลลงมาเหมือนน้ำตกในตอนปลายของรางน้ำค่ะ


อีกเหตุผลที่ควรจะต้องค้างที่นี่ซักหนึ่งคืน เพราะว่าตอนกลางคืน “ยูบาทาเกะ” จะสวยมาก มีไลท์อัพรอบๆ ตลอดทางเดินเลย ควันที่พวยพุ่งออกมาพร้อมแสงสีที่ประดับไว้ มันสวยงามมากจริงๆ





เช่าชุดยูกาตะ เพิ่มบรรยากาศในการท่องเที่ยว
มาถึงเมืองออนเซ็นทั้งที สิ่งที่พลาดไม่ได้คือการเช่า ชุดยูกาตะ 👘 เดินเล่นถ่ายรูปให้เข้ากับบรรยากาศ ในคลิปเค้าไปเช่าที่ร้าน Goza no Yu (御座之湯) ซึ่งสะดวกมากๆ เพราะอยู่ติดกับยูบาทาเกะเลย มีชุดสวยๆ ให้เลือกเพียบทั้งของผู้หญิงและผู้ชาย พอแต่งตัวเสร็จก็พร้อมไปเดินชิลล์กันแล้ว!



ลองแช่ออนเซ็นเท้าฟรี! (Ashiyu – 足湯)
มาถึงเมืองออนเซ็นทั้งที จะไม่ให้ร่างกายได้สัมผัสน้ำแร่เลยก็คงจะเสียเที่ยว! สำหรับคนที่มีเวลาจำกัดหรือไม่สะดวกจะลงแช่ทั้งตัว ที่นี่มีมินิออนเซ็น “อะชิยุ” (Ashiyu – 足湯) หรือบ่อแช่เท้าสาธารณะให้บริการฟรี! จะมีหลายจุดทั่วทั้งเมืองเลยนะ แค่ได้นั่งเอาเท้าจุ่มน้ำร้อนๆ ท่ามกลางอากาศเย็นๆ ก็ช่วยให้ผ่อนคลายความเมื่อยล้าจากการเดินทางได้ดีสุดๆ อย่าลืมพกผ้าขนหนูผืนเล็กๆ ไปสำหรับเช็ดเท้าด้วยนะคะ


*อาชิยุบริเวณยูบาทาเกะ คนมานั่งแช่เยอะมาก แนะนำให้ไปจุดอื่นค่ะ มีอีกหลายที่เลย
และยังมีมินิออนเซ็นอีก 2 แบบ คือ ออนเซ็นมือ Tearai no yu (手洗いの湯) เป็นเหมือนก๊อกที่มีน้ำแร่ไหลตลอดเวลา ที่ทำไว้สำหรับ “แช่มือ” โดยเฉพาะ เหมาะมากสำหรับช่วงหน้าหนาวที่มือเย็นเจี๊ยบ แค่เอามือไปอังหรือจุ่มแป๊บเดียวก็อุ่นสบาย ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น เป็นดีเทลเล็กๆ ที่น่ารักมาก ออนเซ็นหน้า
ออนเซ็นหน้า (Kaoyu – 顔湯) คือ “การอบไอน้ำหน้าด้วยไอน้ำจากออนเซ็น” ไม่ใช่การเอาหน้าไปจุ่มน้ำนะ! ลักษณะจะเป็นเหมือนกล่องไม้ที่มีรูให้เราก้มหน้าลงไปอังไอน้ำร้อนๆ ที่พวยพุ่งขึ้นมา เหมือนได้ทำสปาหน้ากลางแจ้งเลย! 🧖♀️💨 ไอน้ำจากน้ำแร่คุซาสึที่มีความเป็นกรดอ่อนๆ เค้าว่ากันว่าช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียบนใบหน้า ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น เหมือนได้มาส์กหน้าไปในตัวเลย


สวน “ไซโนะคาวาระ” สวนสวย ๆ ของเมืองนี้ ที่เต็มไปด้วยบ่อออนเซ็น ! Sainokawara Park
เดินจากยูบาทาเกะไปประมาณ 10-15 นาที จะเจอกับสวนสาธารณะที่สวยงามและแปลกตามาก นั่นก็คือสวน “ไซโนะคาวาระ” เป็นสวนที่เต็มไปด้วยแหล่งน้ำพุร้อนผุดขึ้นมาเองตามธรรมชาติเต็มไปหมด จนกลายเป็นลำธารน้ำร้อน (Yu-kawa) ไหลผ่านกลางสวน บรรยากาศดีมากจริง ๆ และเห็นทั้งนักท่องเที่ยวทั้งญีปุ่่นและต่างชาติ มา “อะชิยุ”กันที่นี่ด้วยค่ะ





และที่นี่ยังมี “ไซโนะคาวาระ โรเท็นบุโระ” (Sainokawara Rotenburo) หรือบ่อออนเซ็นกลางแจ้งที่ใหญ่มากๆๆๆ (ประมาณ 500 ตร.ม.!) ใหญ่และมีชื่อเสียงเป็นอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่นเลย การได้แช่ออนเซ็นร้อนๆ ท่ามกลางหุบเขาและธรรมชาติคือที่สุดของความผ่อนคลาย โดยเฉพาะในฤดูใบไม้ร่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสี หรือฤดูหนาวที่หิมะตก 🍂❄️


เกร็ดน่ารู้: ทุกวันศุกร์บ่อนี้จะเปิดเป็นบ่อรวมให้แช่รวมกันได้ (ปกติแยกชาย-หญิง) ใครอยากเปิดประสบการณ์ต้องลอง!
ชมการแสดง “ยูโมมิ โตะ โอโดริ” (Yumomi to Odori – 湯もみ)
อีกหนึ่งไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้คือการชม “ยูโมมิ โตะ โอโดริ” การแสดงกวนน้ำร้อนด้วยแผ่นไม้ขนาดใหญ่ประกอบเสียงเพลงพื้นเมือง เขาจะใช้แผ่นไม้พายยาวๆ (ประมาณ 1.8 เมตร) จ้วงลงไปในบ่อน้ำแร่ร้อนจัด พร้อมกับร้องรำทำเพลงพื้นบ้านไปด้วย เป็นการคนน้ำให้เย็นลงสู่ระดับที่สามารถแช่ได้ (ประมาณ 48°C) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งภูมิปัญญาที่ไม่ต้องผสมน้ำเปล่าลงไปเจือจางคุณภาพของน้ำแร่ การแสดงนี้จัดขึ้นที่อาคาร Netsu no Yu (熱乃湯) ที่อยู่ติดกับยูบาทาเกะเลยค่ะ เป็นการแสดงที่สนุกและได้เรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นไปในตัว



รอบการแสดง: มีการแสดงวันละหลายรอบ ควรเช็คตารางเวลาและซื้อตั๋วล่วงหน้าที่หน้าอาคารค่ะ
🚉 เดินจากสถานี Tamagawa (Tokyu Line) แค่ 5 นาที
ตะลุยกินของอร่อยประจำถิ่น
รอบๆ ยูบาทาเกะมีของอร่อยให้ลองชิมเยอะมาก ที่ต้องลองเลยคือ:
ซอฟต์ครีมไข่ออนเซ็น (Onsen Tamago Soft Cream): ไอศกรีมซอฟต์ครีมที่นี่ จะมีรสไข่ออนเซ็น หวานมันอร่อย หาทานที่อื่นไม่ได้นะ

พุดดิ้งไข่ออนเซ็น (Onsen Pudding): ไม่ทานถือว่าพลาด พุดดิ้งที่อร่อยแถมยังมีถ้วยเป็นรูปไข่น่ารักมาก


ออนเซ็นมันจู (Onsen Manju): ซาลาเปานึ่งไส้ถั่วแดงกวน หอมหวาน เหมาะกับการกินเป็นของว่างร้อนๆ
ออนเซ็นทามาโกะ (Onsen Tamago): ไข่ต้มที่ทำให้สุกด้วยความร้อนจากน้ำพุร้อน เนื้อไข่ขาวจะนุ่มๆ ส่วนไข่แดงจะเยิ้มๆ ครีมมี่ อร่อยมาก!

คุซัทสึเป็นเมืองที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์และเอกลักษณ์จริงๆ การได้มาเดินเล่นชมเมือง สัมผัสวัฒนธรรมออนเซ็น และลิ้มลองของอร่อยๆ ทำให้ 2 วันที่นี่ผ่านไปอย่างรวดเร็วและน่าประทับใจ ใครที่กำลังมองหาสถานที่เที่ยวใกล้โตเกียวที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและได้สัมผัสญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม แป้งขอแนะนำ “คุซัทสึ ออนเซ็น” แห่งนี้เลยค่ะ รับรองว่าจะหลงรักเมืองนี้แน่นอน
ก่อนกลับอย่าลืมแวะซื้อของที่ละรึกจากคุซัตสึกันด้วยนะคะ มีแต่ของน่ารักๆ ที่มีขายเฉพาะที่คุซัตสึนี่เท่านั้น รับรองได้หิ้วกลับบ้านกันเยอะแน่ๆ
🚌 คุซัตสึยังเป็นเมืองออนเซ็น ที่เดินทางจากโตเกียวมาได้ง่ายและสะดวกค่ะ เพราะอยู่ใกล้โตเกียวแค่ 200 กม.เท่านั้นเอง อย่างทริปนี้แป้งมาด้วยรถบัส ซึ่งก็ง่ายมากๆ เลยนะ สามารถขึ้นรถบัสที่สถานีชินจูกุหรือสถานีโตเกียวก็ได้ เช็ครอบรถหรือจองตั๋วในเว็บไซต์ได้เลย ป้ายรถก็หาไม่ยาก แถมโหลดกระเป๋าเดินทางไว้ใต้ท้องรถได้อีก นั่งทำนู่นทำนี่บนรถ หรือจะนั่งชมวิว 4ชั่วโมง แป๊ปๆ ก็ถึง Kusatsu Bus Terminal ถือว่าสะดวกมากๆ เพราะเดินไปจุดที่เป็นย่านท่องเที่ยวได้เลยค่ะ
การเดินทางจากโตเกียวไปคุซัทสึทำได้หลายวิธี แต่วิธีที่สะดวกที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวมี 2 วิธีหลักๆ

🚉 รถไฟ Shinkansen + รถบัส: นั่งรถไฟ Shinkansen จาก Tokyo หรือ Ueno ไปลงที่สถานี Karuizawa แล้วต่อรถบัสท้องถิ่นไปยังคุซัทสึ ใช้เวลาประมาณ 1.5 ชั่วโมงสำหรับรถไฟ และอีกประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาทีสำหรับรถบัส วิธีนี้จะเร็วกว่าแต่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าและต้องต่อรถ
🚌 รถบัส Highway Bus (แนะนำสำหรับความสะดวก): สามารถขึ้นรถบัส JR Kanto Bus ได้จากสถานี Shinjuku หรือ Tokyo Station ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.5 – 4 ชั่วโมง เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดเพราะรถจะไปส่งถึงสถานีขนส่งคุซัทสึเลย (Kusatsu Onsen Bus Terminal) ไม่ต้องเปลี่ยนรถ
พาไปชม Vlog เต็มๆ นะคะ ดูได้ใน Kirari TV เลยค่า

- สรุป 6 เทรนด์บิวตี้ญี่ปุ่นมาแรง “ครึ่งปีแรก 2026” จาก @cosme 🇯🇵

- Try on “AIMER” แบรนด์ไทยใส่บ่อย

- ถ่ายรูปเล่นคาเฟ่อยุธยา ด้วย G7X MarkII ใช้มา 9 ปี เกือบดับแต่กลับมาปัง!

- Beaute Rondo WithFam สกินแคร์ขวัญใจแม่และเด็กจากญี่ปุ่น

- 🇯🇵 ไดร์ KINUJO รุ่นใหม่ ใช้ไฟได้ทั่วโลก! 🌎 รีวิวเต็มๆ เทียบกับรุ่นเดิมต่างกันยังไง?

- รีวิวเปรียบเทียบ 4 Day Cream ตัวท็อป: KANEBO, Covermark, Elemis, POLA






