Kirari’s How to : Happy Pink Berry

เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ได้ถอย Palette จาก Lavshuca ตัวใหม่ล่าสุดมา สีสันน่ารักสดใสมากๆ เลยอดไม่ได้ที่จะทำฮาวทูแต่งตาด้วยพาเลทอันนี้ ลุคที่จะแต่งในวันนี้เป็นลุคหวานอมเปรี้ยว โดยใช้สีชมพูและม่วงเข้มเป็นหลักค่ะ ไม่รอช้า ไปชมกันเลยจ้า ก่อนอื่นมาดู item ที่ใช้ในครั้งนี้กันก่อนค่ะ มาเริ่มกันที่ Step แรกกันเลย : Base Make Up Step เริ่มจากการปกปิดรอยสิวทั้งหลายด้วยคอนซีลเลอร์สีเขียวจาก Make Up For Ever หลังจากนั้นก็ครีมรองพื้นจาก Chanel รุ่น Vitalumiere ได้ลุคดิวอี้แบบหน้าไม่มัน เสร็จแล้วก็ลงคอนซีลเลอร์ Make Essence จาก SANA ปกปิดแพนด้า ปิดท้ายด้วยตบแป้งฝุ่นรุ่นโปร่งแสงจาก Laura Mercier ก่อนลง eyeshadow เราเืลือกใช้ Lunasol eyelid base ค่ะ เพราะจะทำให้ eyeshadow ติดทนนานมากขึ้น มาที่ Point ของวันนี้ การแ่ต่งตาแบบเปรี้ยวอมหวาน พาเลทที่ใช้ครั้งนี้ของ Kanebo Lavshuca Light Mix eyes PK1 ขั้นตอนที่ 1 ลงอายแชโดว์สีขาววิ้งใหญ่เบอร์ (1) ให้ทั่วเปลือกตา และลงบริเวณหัวตาด้านล่างบางๆ ขั้นตอนที่ 2 ลงสีชมพูอ่อนเบอร์ (2) บริเวณเปลือกตาและขอบตาด้านล่างทั้งหมด ขั้นตอนที่ 3 ลงสีขาวมุกวิ้งละเอียดเบอร์ (3) บริเวณกึ่งกลางของเปลือกตา ให้ดูตามีมิติและกลมโต []

How to : Kira Kira Lavender Land

Theme ของวันนี้คือ Kira Kira Lavender Land ตามชื่อแล้ว Kira kira แปลว่า วิ้งๆส่วนลาเวนเดอร์ก็เป็นดอกไม้สีม่วงที่มองแล้วสบายตา เมคอัพในครั้งนี้ก็เลยเน้นโทนม่วงวิ้งๆเป็นหลัก แต่งตามกันได้ไม่ยาก เมคอัพที่ใช้เนี่ย เพื่อนๆสามารถปรับเปลี่ยนได้ไม่ต้องใช้ตามเป๊ะๆก็ได้จ้า ไม่เสียเวลาแระ ไปดูกันเลย Make up ที่ใช้ทั้งหมดในครั้งนี้ค่ะ Step 1 Base make up 1. ลง Missha BB Boomer เพิ่มความบลิ๊งค์ๆให้ทั่วหน้า บูมเมอร์ตัวนี้จะช่วยให้บีบีเราติดทนมากยิ่งขึ้น และทำให้หน้าดู Glow มากๆเลยค่ะ ชอบมากๆ 2. ลง SANA eye concealer โดยใช้นิ้วนางเกลี่ยบริเวณใต้ตาเบาๆ 3. ลง Missha perfect cover BB cream ให้ทั่วโดยใช้แปรงเกลี่ยจะทั่วถึงที่สุดค่ะ หลังจากนั้นก็ใช้ฟองน้ำกดซับครีบส่วนเกินเบาๆก็เนียนกิ๊งแล้ว (ฟองน้ำเนี่ย แนะนำของ Lunasol ค่ะ เริ่ดที่สุดดด) 4. ลบรอยต่างๆด้วยคอนซีลเลอร์ รอยแดงทั้งหลายก็สีเขียว รอยดำสีม่วง แล้วกลบอีกทีด้วยสีเนื้อ (รายละเอียดการใช้คอนซีลเลอร์สีต่างๆอยู่ใน chapter เ่ก่าๆลองไปอ่านดูนะจ้ะ) 5. ตบแป้งฝุ่นให้ทั่วใบหน้า ครั้งนี้ใช้ของป้าลอ (Laura mercier) คุมมันได้นิดหน่อย 6. หลังจากนั้นก็ลง Lunasol eyelid base ให้ทั่วเปลือกตา ตัวนี้เนี่ยจะช่วยให้ eyeshadow สีสวยและติดทนนานขึ้น โดยเฉพาะพวกวิ้งๆเนี่ย วิ้งจะไม่ร่วงค่ะ ดีมากๆตัวนี้ []

Review: SHU UEMURA Face Powder Sheer (my best powder)

เมื่อพูดถึงแป้งฝุ่น หลายๆคนอาจจะมองข้ามไปว่าเป็นไอเท็มที่ไม่สำคัญ แต่จริงๆแล้ว ทุกๆไอเท็มก็มีความสำคัญหมดค่ะ แป้งฝุ่นก็เป็นอีกหนึ่งอย่าง ที่จะทำให้การแต่งหน้าสมบูรณ์แบบ เราได้ใช้แป้งฝุ่นมาหลายยี่ห้อ มีทั้งถูกและแพง จนมาได้ลองใช้แป้งฝุ่นจาก SHU UEMURA เมื่อ 2 ปีก่อนโน่น สมัยที่ได้ไป workshop ก็ติดใจ และยิ่งเห็นพี่ๆ makeup artist หลายๆคน ต่างพากันยกย่องว่าแป้งฝุ่นจาก SHU เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่เริ่ด และคุ้มค่าราคามากๆ เราเองก็ได้ใช้มานานแล้วล่ะ และปีนี้ก็ได้ตำแหน่ง Kirari’s BEST ในหมวดของ Loose Powder ด้วย แต่ไม่ได้หยิบมารีวิวจริงๆจังๆซักที วันนี้หยิบมาตามคำขอแล้วนะจ้ะ SHU UEMURA face powder sheer #Colorless 20g 1,650 บาท แป้งฝุ่นจาก SHU มีอยู่ 3 รุ่นค่ะ คือ Sheer, Matte และ Color เนื้อ Matte จะแห้งกว่าและปกปิดได้มากกว่า มีสีให้เลือกหลายสี ส่วนรุ่น Sheer จะให้ความเบาสบายและดูเป็นธรรมชาติมากกว่าค่ะ ส่วน Color ก็จะมีให้เลือก 3 สี Ivory, Purple, Pink แต่รุ่นที่เราซื้อมาล่าสุดเป็น Sheer แบบ Colorless ค่ะ นั่นคือไม่มีสีจ้า แพคเกจของชู จะเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยฟังก์ชั่นการใช้งาน ตัวตลับสามารถนำมาต่อกันเป็นคอนโดแป้งฝุ่นได้สบาย ทำให้เป็นระเบียบ และหยิบใช้ได้ง่ายขึ้นค่ะ ในตลับมีพัพขนาดพอดี เนื้อแน่น []

Review: Kanebo Lavshuca Dramatic Memory Liquid RD-2

สาวๆที่ติดตามบล๊อกของแป้งมาก็คงทราบดีว่าลิปสติกรุ่นที่แป้งรักมากๆ เป็นของแบรนด์ Lavshuca ค่ะ รุ่น Dramatic Memory Rouge นี่แหละ สีประจำตัวก็ PK3 ค่ะ ชมพูนู้ดสวยมากๆ ใช้หมดไปหลายแท่งแล้วล่ะ ลิปสติกในรุ่นนี้นอกจากทำเป็นแท่งแล้ว ก็ออกรุ่นลิควิดมาด้วยค่ะ ไม่ใช่ลิปกลอส แต่เป็นลิปสติกเนื้อเหลว สีจึงแน่นมากๆ วันนี้หยิบสี RD-2 มารีวิว เป็นโทนชมพูแดงค่ะ แท่งใหญ่ทีเดียวเลยล่ะ เนื้อลิปสีแน่นจริงๆค่ะ มีความมันวาวเหมือนกลอสสูง จึงทารอบเดียวเหมือนได้ทาลิป และกลอสเลยล่ะ สีนี้จะดูผู้ใหญ่นิดนึง แต่เป็นสีที่ฮิตสุดในรุ่น ก็เลยฝากเพื่อนซื้อมาค่ะ น่าเสียดายที่แบรนด์นี้คาเนโบ้ไม่ได้นำเข้ามาซักที เลยต้องฝากคนที่อยู่ญี่ปุ่นหรือฮ่องกงซื้อตลอด อยากให้นำเข้ามาไวไวจัง สรุปแล้วรุ่นนี้เราชอบมากเลยล่ะ และคิดว่าจะไปสอยสีอื่นๆเพิ่มมาอีกค่ะ Disclaimer: ซื้อจากญี่ปุ่นค่ะ ที่ไทยไม่มีขาย

Review: M.A.C. Dazzlesphere! Pink Ornament

เมื่อใกล้ถึงเทศกาลปลายปี เหล่าบรรดาแบรนด์ต่างๆก็จะออก Holiday set มายั่วพวกเราอยู่เรื่อย และอีกหนึ่งแบรนด์ขวัญใจสาวๆหลายๆคนก็ออก Holiday Collection ล่าสุด “Dazzlesphere! “ ประกอบไปด้วย mini gloss kits, mini eye kits และ mini nail lacquer ค่ะ ในวันนี้เราขอหยิบ mini gloss kits ในรุ่นของ Pink Ornament โทนสีชมพูมารีวิวให้ชมกัน “M.A.C. Dazzlesphere! Pink Ornament” mini gloss kit ราคา 2,200 บาท ตามคอนเซพท์ของคอเลคชั่นนี้ mini kits ทุกเซ็ทจะบรรจุอยู่ในลูก Ornament ที่เป็น accessory ประดับในโลกอนาคตค่ะ เก๋ป่ะล่ะ ^ ^ ในเซ็ทนี้มีลิปกลอส 2 เนื้อ ทั้งหมด 4 ชิ้นค่ะ โทนชมพูทั้งหมดเลย (จากซ้ายไปขวา) Fashion Scoop (cremesheen) Petite Indulgence (cremesheen) Like Venus (dazzleglass) Rags to Riches (dazzleglass) มาดูสีสันกันค่ะ (ไล่จากล่างขึ้นบน) Fashion Scoop (cremesheen) Petite Indulgence (cremesheen) Like []

Review: L’Oreal Paris Color Riche Rouge Tender #378 Velvet Rose

Lipstick รุ่นใหม่ล่าสุดจากลอลิอัลค่ะ คอเลคชั่นนี้จะเน้นโทนน้ำตาลและชมพู เป็นโทนสีอบอุ่นนุ่มนวลรับลมหนาว ออกมาทั้งหมด 4 สีด้วยกัน วันนี้เลือกโทนชมพูน่ารักๆมารีวิวกันค่ะ L’Oreal Paris Color Riche Rouge Tender #378 Velvet Rose เนื้อลิปสติกนำเข้าจากฝรั่งเศส เนื้อลิปมีความชุ่มชื้นดีค่ะ แถมสีสันสดสวย สามารถกลบสีเดิมของปากได้หมด สีชมพูที่ได้เป็นชมพูน่ารัก แพคเกจโทนสีทองและมีการสลักแบรนด์ที่เนื้อลิปอีกด้วย สรุปแล้วลิปแท่งนี้คุ้มค่าราคามากๆ ราคาก็ไม่แพง เพียงแค่ 350 บาทเท่านั้นเอง Kirari’s Score สีสัน เม็ดสี 10/10 ความชุ่มชื้น 8/10 ความติดทน 8/10 แพคเกจ 7/10 คุ้มค่าราคา 10/10

Review: Diorskin FOREVER foundation and Compact

เมื่อวานได้รีวิวอายแชโดว์ตัวใหม่ล่าสุดจาก Dior ไปแล้ว วันนี้ขอต่อเนื่องจากแบรนด์ Dior แต่หยิบเอารองพื้นและแป้งตลับสุดฮิตมารีวิวให้ชมกันค่ะ

Review: ESTEE LAUDER Pure Color Sensuous Rouge Lipcolor #5, #11, #13

ในครั้งนี้ขอหยิบเอาลิปสติกรุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งวางจำหน่ายไปเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา มารีวิวให้เพื่อนๆได้ชมกันค่ะ ลิปรุ่นนี้มีจุดเด่นที่เนื้อลิปนุ่มชุ่มชื่น และเม็ดสีแน่น ESTEE LAUDER Pure Color Sensuous Rouge Lipcolor ราคา 1,200 บาท แน่นอนว่าแพคเกจของแบรนด์นี้หรูเริ่ดไม่เป็นรองใคร Pure Sensuous Rouge Lipcolor เป็นลิปสติกรุ่นใหม่ล่าสุดของเอสเต ลอเดอร์ ที่ได้แรงบันดาลใจจากขนม Macaroon ออกมาเป็น 10 เฉดสีที่หรูหรา และด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดซึ่งได้รับการจดทะเบียนสิทธิบัตร “Core within Core” นั่นคือ โครงสร้างลิปสติกสองชั้น โดยชั้นเปลือกนอกจะเป็นเม็ดสีลิปสติกเข้มคมชัด และในส่วนแกนกลางจะเป็นเนื้อเจลอ่อนนุ่มให้ความแวววาวและชุ่มชื้น ในครั้งนี้เราขอมารีวิวให้ชมกัน 3 เฉดสีเข้มที่น่าสนใจสำหรับซีซั่นนี้ค่ะ 05 Enticing Fuchsia สีแดงอมม่วง 11 Wistful Wisteria สีม่วงละมุน 13 Peach Pleasure สีส้มพีชสดใส มาดูสีสันเมื่อทาบนริมฝีปากกันดีกว่า… เริ่มกันที่ 05 Enticing Fuchsia สีแดงอมม่วง ดึงเสน่ห์ของริมฝีปากออกมาได้อย่างโดดเด่น สะท้อนบุคลิกที่มั่นใจ เซ็กซี่และเย้ายวน ปกติเราไม่ค่อยได้ทาสีเข้มแบบนี้เท่าไหร่ พอได้ลองแล้วก็ดูเปลี่ยนไปชัดเจนเลย ต่อกันที่ 11 Wistful Wisteria สีม่วงอ่อนละมุน ให้ลุคที่สุขุม เหมาะกับฤดูหนาวที่กำลังจะถึงเป็นอย่างดี เฉดสีนี้เข้ากับเมคอัพได้หลากสไตล์ จะทาเพียงแค่ครั้งเดียวก็ได้สีม่วงอ่อนใสๆ หรือจะทาทับ 2-3 ครั้งจะได้โทนสีม่วงที่เข้มขึ้น ดูหรูหรามากยิ่งขึ้น และปิดท้ายด้วยสีพีชสุดโปรด 13 Peach Pleasure สีส้มพีชสดใส เป็นพีชที่ดูธรรมชาติ และทาได้ง่ายสุดๆ Kirari’s Review []

Review: Marie Claire > Butterfly Trick eyeshadow

วันนี้กลับมารีวิว make up จากญี่ปุ่นกันบ้าง หลังจากที่อินกับเมคอัพของฝรั่งอย่าง Urban decay ไปหลายเดือน เมื่อเดือนก่อนก็เกิดอารมณ์อยากช้อป เลยนั่งเปิดเวบอัพเดทคสอ.ใหม่ๆที่น่าสนใจ และก็สั่งซื้อมาเพียบเลย เดี๋ยวจะค่อยๆทยอยรีวิวให้ชมกันนะคะ ครั้งนี้มารีวิวพาเลทแต่งตาสุดน่ารัก จาก Marie Claire กันก่อน ถ้าพูดถึง Marie Claire หลายๆคนคงนึกถึงแต่แมกกาซีนใช่มั้ยคะ จริงๆแล้ว Marie Claire ก็ออกเครื่องสำอางมาพักใหญ่แล้วล่ะ จำได้ว่าตอนที่เราไปเรียนที่ญี่ปุ่น ตอนปี 2005 ก็เคยซื้อพวกกลอสจากแบรนด์นี้เหมือนกัน เพราะแพคเกจน่ารักแล้วก็ใช้ง่ายมาก เป็นแบรนด์แรกๆที่ทำกลอสเป็นหัวพู่กันเลยล่ะ ครั้งนี้เราเลยลองซื้อ eyeshadow รุ่นใหม่ล่าสุดมาลองบ้าง ชื่อรุ่นว่า “Butterfly Trick” ออกจำหน่ายช่วงเดือนสิงหาคม 2011 ที่ผ่านมาค่ะ พาเลทรุ่นนี้ออกมาทั้งหมด 5 สีด้วยกัน และมีสีชมพูเป็น Limited edition ด้วย ราคาพาเลทนึงก็ 1,680 JPY ส่วนเราฝากเค้าซื้อมารวมค่าส่งจากญี่ปุ่นแล้วก็ประมาณ 750 บาทค่ะ พาเลทที่เราซื้อมา เป็นโทนฟ้าน้ำเงินค่ะ เราชอบสะสมอายแชโดว์โทนนี้ เลยขอลองอีกซักแบรนด์ แพคเกจน่ารักมากๆ แนวญี่ปุ่นจริงๆ (แม้ว่าแบรนด์จะเขียนบอกว่าเป็นเมคอัพญี่ปุ่น กลิ่นอายฝรั่งเศสก็เถอะ) มองยังไงก็ดีไซน์ญี่ปุ่นจริงๆ มาดูโทนสีกันบ้าง สำหรับวิธีการใช้ Free style เลยค่ะ หรือจะทาตามหลังกล่องที่แนะนำไว้ก็ได้ เราทาแล้วได้ประมาณนี้ค่ะ Kirari’s Review เนื้ออายแชโดว์เขียนไว้ว่ามีส่วนผสมของสารสกัดจากดอกโรสแมรี่ให้ความชุ่มชื้น ทาแล้วก็ไม่รู้สึกว่าเนื้อแห้งอะไรนะคะ แต่รู้สึกว่ามันเป็นผงฝุ่นมากไป เวลาจะทาสีเข้มหรือสีอ่อนก็ตาม แนะนำให้บล๊อคใต้ตาด้วยแป้งฝุ่นเพื่อกันเศษอายแชโดว์ร่วง ด้านสีสัน สีน่ารักดี ไม่ได้จัดจ้านเม็ดสีแน่นเหมือนแบรนด์ฝรั่งค่ะ หากอยากได้แนวสโมคกี้อายเข้มๆ คงต้องมองผ่านพาเลทนี้ไปเลย เพราะพาเลทนี้สีแนวญี่ปุ่นมาก []

Review: MAJOLICA MAJORCA mascara (4 items)

เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนทาง Shiseido ส่งมาสคาร่าสี่แท่งนี้มาให้เราลองค่ะ ตอนที่อยู่ญี่ปุ่นก็ใช้อยู่บ่อยๆนะของมาจอลิก้า หรือคนญี่ปุ่นเรียกกันว่า MJ (ไม่ใช่ Marc Jacobs นะจ้ะ) ไอเท็มที่เด่นดังคงหนีไม่พ้น มาสคาร่าและแป้ง ครั้งนี้เรามารีวิวมาสคาร่าค่ะ ได้มา 4 รุ่น มีทั้งชอบและไม่ชอบ ลองไปดูกันทีละตัวเลย

Review: ETUDE Nymph #1 Aura Volumer และ BB cream #4

เมื่อพูดถึงเครื่องสำอางสัญชาติเกาหลี แน่นอนว่าแบรนด์ ETUDE HOUSE คงเป็นคำตอบต้นๆของสาวๆใช่มั้ยคะ เทรนด์การแต่งหน้าสไตล์เกาหลี จะเน้นผิวที่สวยใส ฉ่ำวาว การกรีดตาที่เป็นเอกลักษณ์ และลิปสีสันสดใส ในส่วนของการเตรียมผิวให้ฉ่ำเด้ง ถือเป็นหัวใจสำคัญในการแต่งหน้าเลยค่ะ และคอเลคชั่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวในเกาหลีไปไม่นาน และเป็นที่ฮอตฮิตสุดๆในตอนนี้คือ “Nymph” collection Nymph หมายถึงภูตน้ำ คอเลคชั่นนี้จึงเปี่ยมไปด้วยความสดใส แวววาว และชุ่มชื้นค่ะ ในวันนี้แป้งขอหยิบเอา 2 items ที่กำลังอินสุดๆมาแนะนำค่ะ สินค้าคู่นี้จะเข้าไทยในเดือนหน้านี้แล้วล่ะ ใครอยากได้อดใจนิดนึงนะคะ ไม่ผิดหวังแน่ๆ ไปชมชิ้นแรกกันเลย ที่สุดของความฮอตในตอนนี้… “Nymph Aura Volumer #1” ซานดาราหน้าฉ่ำเด้งได้ใจไปเลย… ตัววอลุ่มเมอร์มี 2 เบอร์ให้เลือกค่ะ เบอร์ 1 เนื้อเจลส้มใส จะฉ่ำเด้ง แบบน้ำๆ หนึบๆ เบอร์ 2 เนื้ออมชมพูจะฉ่ำวาววิ้งใสๆ มามะ..มาดูของจริงกันบ้าง… เนื้อเป็นลักษณะเจลน้ำลื่นๆ มีความหนึบเล็กน้อยค่ะ มีกลิ่นหอมบางๆ สำหรับวิธีการใช้ สามารถใช้ได้ทั้งแบบเดี่ยวๆหรือแบบผสม สำหรับการใช้ทั่วไปคือผสมกับรองพื้น หรือ BB cream ในอัตรา “Nymph 1 : BB cream 3” ผสมให้เข้ากันแล้วทาทั่วใบหน้าค่ะ หรือถ้าใช้แบบเดี่ยวๆ นั่นคือนำมาทาบริเวณส่วนที่ต้องการไฮไลท์ เช่น สันจมูก หน้าผาก และ บริเวณแก้ม ส่วนมากเราใช้แบบผสมกับบีบีครีมค่ะ และที่ออกมาคู่กัน ใช้แล้วเวิร์คสุดนั่นคือบีบีครีมสีใหม่ล่าสุด “Precious Mineral BB cream All day strong” []

Review: URBAN DECAY The Revolution Lash Curler

สวัสดีจ้าสาวๆทุกคน วันนี้แป้งมารีวิวที่ดัดขนตาหน้าตาประหลาด ที่เพิ่งออกวางขายไม่นานมากนี้ เราสนใจเจ้าตัวนี้ เพราะมันไม่มีแกนยึดสองข้าง มันแปลก และแตกต่างจากที่ดัดขนตาปกติ ของทุกๆแบรนด์ที่มีมา เลยอดไม่ไหว ซื้อมาจนได้ค่ะ… หน้าตาเป็นอย่างไร ไปชมกันค่ะ กล่องมาแบบหรูๆตามสไตล์ของ UD เค้าล่ะ แกะออกมา ก็มีที่ดัดขนตา พร้อมยางสำรองถึง 5 อันแน่ะ ที่จับกระชับมือค่ะ ถือว่าจับได้ถนัดเลยล่ะ แต่หน้าตามันน่ากลัวเหมือนกัน ว่ามั้ยคะ?? พอลองมาเทียบกับที่ดัดขนตาปกติ ก็รู้เลยว่าทำไมถึงแถมยางสำรองมาถึง 5 อัน ก็เป็นเพราะขนาดของที่ดัดขนตารุ่นนี้ มันเล็กกว่าปกตินี่เอง Kirari’s Review: ครั้งแรกที่ใช้นี่เก้ๆกังๆมากค่ะ เอ…ดัดยังไงอ่ะ น่ากลัวจัง มันจะหนีบตาเรามั้ยเนี่ย เพราะสาวๆเมืองนอกเกินครึ่งรีวิวว่า “It pinched me!!! T T ” แต่อีกครึ่งก็ชมกันเกรียวว่าเป็น ที่ดัดขนตาที่เริ่ดที่สุดเท่าที่ใช้มา เราลองบ้าง…ไม่หนีบนะ แต่ต้องระวังมากๆ เพราะมันไม่มีแกนสองข้างมาคอยค้ำเหมือนที่ดัดขนตาปกติ แต่ต้องมีเทคนิคเล็กน้อย คือเอาเปลือกตาทาบกับส่วนบนของที่ดัดขนตา มันจะไม่หนีบค่ะ ในด้านการดัดขนตา เราว่ามันทำได้ดีมากเลยล่ะ ขนตางอนทั่วถึงมากๆ ซอกซอนได้ทั้งหัวและหางตา ดัดได้ทั่วถึง แต่…ดัดยากมาก ใครที่มือไม่นึ่งเราไม่แนะนำเลยค่ะ เพราะอาจจะดึงขนตาหลุดมาได้ สำหรับสาวขนตาสั้นน่าจะชอบ เพราะมันไม่มีแกนมาขวาง ทำให้ดัดได้ถึงโคน แต่ต้องระวังมากๆ เพราะมันหนีบง่ายมาก สรุปคือ ใช้ดี…แต่ต้องระวังในการใช้มากกว่าปกติหลายเท่า ทำให้เสียเวลาในการดัดขนตามาก ไม่ค่อยแนะนำให้ใช้สำหรับมือใหม่ หรือคนทีเร่งรีบค่ะ ส่วนราคา แพงพอสมควรเลยค่ะ 20 USD ฝากเพื่อนสั่งรวมค่าส่งแล้วเราจ่ายไป 750 บาทค่ะ Disclaimer:  ซื้อมาจากอเมริกาค่ะ

Review: too cool for school, super cute brand from Korea

วันนี้ขอลัดคิวรีวิวแบรนด์น้องใหม่อย่าง too cool for school กันก่อน แบรนด์นี้แป้งเพิ่งได้รู้จักก็ตอนที่ไปเกาหลีนี่แหละ น่ารักมากๆ แบรนด์นี้มีมาไม่นานมากค่ะ เป็นแบรนด์ของ LG ที่ให้โีรงงานไฮเกรดที่เกาหลีผลิตให้ ใครที่เห็นในแพคเกจอาจจะงงๆ เพราะเค้าเขียนว่า too cool for school LONDON – NEW YORK แต่จริงๆแล้วเป็นของเกาหลี ผลิตที่เกาหลีนี่แหละค่ะ 55 (ประมาณว่าคนเกาหลีชอบอะไรที่ดูอินเตอร์) ร้านที่เราไปซื้ออยู่ที่ถนน Garosugil ย่าย Shinsadong ค่ะ ถนนฮิปๆก็มีช้อปฮิปๆแบบนี้ด้วย เดินผ่านแล้วต้องเหลียวกลับมามองเลยล่ะ แบรนด์นี้เน้นไปทางเมคอัพมากกว่าสกินแคร์ แต่ในด้านสกินแคร์ก็มีค่ะ เดินเข้าไปสินค้าจัดวางได้น่ารักมากๆ มีหุ่นที่ใช้ในวิชาศิลปะการปั้นวางประดับ ด้านเมคอัพแพคเกจน่ารักๆเหมาะกับวัยใสมากๆ ที่เราชอบมากคือ ลิปสติกค่ะ สีสันน่ารัก ไม่แพงเลยล่ะ