กลับมาอีกครั้งกับการตามรอยเชฟกะทะเหล็ก
ครั้งก่อนก็ตามรอยเชฟกะทะเหล็กอาหารญี่ปุ่น (เชฟบุญธรรม) ที่ Honmono sushi
ครั้งนี้ขอตามรอยเชฟที่เราชอบมาก คือเชฟเอียน กิตติชัย
เชฟกะทะเหล็กอาหารยุโรปจากรายการ Iron chef Thailand ค่ะ
ร้าน ISSAYA Siamese Club เป็นร้านอาหารไทยฟิวชั่นของเชฟเอียนค่ะ
เชฟเอียนที่ปกติจะเห็นทำแต่อาหารฝรั่ง แต่พอเปิดร้านอาหารไทยจริงจัง
ก็เลยอยากจะไปลองบ้าง เพราะเราชอบอาหารไทยค่ะ และยิ่งเป็นร้านของเชฟดังๆ
ก็ยิ่งอยากไป ครั้งนี้พาครอบครัวไปด้วย ฉลองวันเกิดย้อนหลัง
ที่บ้านเองชอบทานอาหารไทยกัน เลยตัดสินใจไปร้านนี้กันดีกว่า…
.
.
การเดินทาง … เหมือนจะง่าย แต่ก็หลง.. ลองดูแผนที่จากทางร้านประกอบนะคะ
ทำเลไม่ค่อยดีค่ะ ต้องตั้งใจขับรถไป ส่วนใครที่จะไปโดยแท็กซี่ก็น่าจะลำบาก
เพราะเป็นซอยที่ไม่ค่อยมีรถเข้าออกเท่าไหร่ ตอนกลางคืนก็น่ากลัวมาก
.
.
ร้านจะเป็นบ้านไทย สไตล์อินโดโปรตุเกส อายุกว่า 90 ปี
มีทั้ง indoor, outdoor ก่อนจะไปแนะนำให้โทรจองค่ะ
ภายในตกแต่งเหมือนอยู่ในบ้าน มีทั้งโต๊ะอาหาร และโซนโซฟา
หลายคนอาจจะสงสัย ISSAYA (อิษยา) เป็นภาษาไทยโบราณ แปลว่าหน้าฝนค่ะ
นอกจากบรรยากาศในแบบโบราณๆภายนอกแล้ว ตอนเข้าห้องน้ำก็แอบเห็นตู้ประดับ
ด้านในนี่มีแต่ของเก่าแก่ ชนิดที่เกิดไม่ทันเลยล่ะ คุณแม่เห็นแล้วบอกว่า นี่น่าจะสมัย
ยายหรือยายทวดเลยล่ะมั้งเนี่ย เก่ากึก…
มาพูดถึงอาหารกันบ้าง วันนี้จัดเต็มค่ะ เริ่มกันที่ออเดิร์ฟก่อน
“ขนมครกข่าไก่” (180 บาท) จำได้ว่าเมนูนี้เชฟเอียนเคยทำในรายการ
อยากชิมบ้างอ่ะ หน้าตาดีพอประมาณ รสชาติข่าไก่แท้ๆ หอมกะทิ
แต่ไม่ค่อยถูกปากเท่าไหร่ มันแปลกๆล่ะมั้ง แล้วเราชอบขนมครกที่มีความกรอบด้านนอก
แต่ขนมครกข่าไก่นี้นุ่มนิ่มทั้งชิ้น เลยรู้สึกว่า ธรรมดา แถมราคาแพงอีก
ก่อนจะไปของคาว ข้าวเปล่าที่นี่ก็เสริฟมาในกระบอกพลาสติก เก็บความร้อนได้ดี
ข้าวสวยฟูนุ่มดีค่ะ ไอเดียก็โอเคเลยนะ ทำให้ค่อยๆตักข้าวมาทานได้โดยไม่เย็นชืด
สำหรับของคาวจานแรก ก็คือ “ไก่ย่างภูเขาไฟ” (Sankaburee chicken) 580 บาท
รสชาติเหมือนไก่ผัดเครื่องเทศ หรือไก่สะเต๊ะค่ะ เนื้อที่ใช้เป็นส่วนอกซะเยอะ
ซึ่งเป็นส่วนที่เราไม่ชอบสุดเลยก็ว่าได้ แต่จานนี้กลับทำได้อร่อยมากทีเดียว
เนื้ออกที่ปกติจะแห้งๆ กลับนุ่ม และฉ่ำๆ จานนี้มาจานใหญ่เลยล่ะ ทานได้หลายคน
ก่อนเสริฟพนักงานก็จะราด Vodca ลงไป ทำให้ติดไฟด้วย
สนุกๆดี ตอนทานก็มีกลิ่นเล็กน้อยค่ะ
.
จานต่อไปขอยกให้เป็น Recommended Menu! เพราะอร่อยมากกกก
“มัสมั่นขาแกะ” (Lamb Shank) 690 บาท
มัสมั่นที่เข้มข้นมาก น้ำอร่อยมาก เนื้อแกะนุ่มมาก เข้าเนื้อกำลังดี ไม่เลี่ยนเกิน
ชามใหญ่กำลังดี ราคาสูงแต่รู้สึกว่าเป็นมัสมั่นที่อร่อยมากๆ และเป็นมัสมั่นที่แพงสุด
เท่าที่เคยกินมาเลยก็ว่าได้ ฮ่าๆ เมื่อปีก่อนแกงมัสมั่นของไทยเราได้ยกให้เป็น
อาหารที่อร่อยที่สุดในโลก ไม่รู้ว่ามาชิมของเชฟเอียนหรือเปล่า เพราะอร่อยจริง
.
.
เมนูต่อไป…
“หมูสะดุ้งมะนาว” (Moo Manow) 450 บาท
เนื้อหมูสไลด์บางผสมกับส่วนผสมหลายอย่างค่ะ
โรยหน้าด้วยตะไคร้ ก้านคะน้า ดอกอัญชัน
รสชาติพอใช้ได้ แต่ไม่ถึงกับว้าว…
.
ข้าวอบหม้อดินหนำเลียบกับเห็ดเผาะ 280-
จานนี้คุณแม่สั่งมา ลองทาดูแล้วก็กรุบๆ เหมือนข้าวอบสมุนไพรเลยล่ะ
.
.
จานต่อมา เป็นจานที่ทุกโต๊ะในร้านสั่ง แล้วเราก็สั่งๆตามเค้าไป
มันคือ “กระดูกหมูอบซ้อส” 380 บาท
กระดูกซี่โครงหมูอ่อนๆ เนื้อนุ่มกระดูกก็กรุบๆ ทำได้อร่อยนุ่ม
ราดซ้อสสูตรเฉพาะของอิษยา จะมีรสเค็มนำ ซ้อสค่อนข้างเข้มข้น ต้องทานกับข้าวสวย
จึงจะอร่อยพอดีๆค่ะ ภาชนะที่ใส่มาเป็นหม้อดินมีถ่านอยู่ด้านใน หุ้มด้วยใบตอง
ดูเก๋มากๆ… แต่ตะแกรงเป็นสนิมนะคะ ปรับปรุงด้วย
ปิดด้วยของคาวจานสุดท้าย “ขนมหัวไชเท้า” (Daikon cake) 230 บาท
จานนี้ของโปรดของคุณแม่ค่ะ เราทานไม่เป็น และไม่ค่อยชอบเลยได้แค่ชิมๆ
สังเกตว่าช้อนส้อมที่นี่ จะใช้เป็นของโบราณหมดเลย
เป็นลักษณะตีเหล็กร้อนแล้วม้วนเป็นช้อนค่ะ แต่น้ำหนักไม่มากเท่าไหร่ ทานง่าย
.
.
มาต่อกันที่ของหวานกันบ้าง…
เปิดกันด้วย “ขนมหวานอิษยา” 230 บาท
Signature dish ของที่นี่ ที่ดูสนุกมากๆตอนเสริฟ เชฟเดินมาเสริฟเองกับมือ
จุดเด่นของจานนี้คือการนำส่วนผสมไทยไปประยุกต์กับขนมตะวันตกค่ะ
ในกล่องแรกจะประกอบด้วยวุ้นมะตูม ป๊อกกี้แฮนด์เมด และบราวนี่คลุกโกโก้นางพยาบาล
และยังมีอีก 3 อย่างอยู่ในโถนี่ค่ะ…
เป็น macaron ไส้อะไรซักอย่าง ลืมแหล่ว 555 เป็นไส้ไทยๆนี่แหละ
มีลูกกวาดไส้ชาไทย และขนมสำลี (mashmellow) ไส้เกาลัด
เสริฟออกมาหน้าตาเป็นแบบนี้ เชฟอธิบายสนุกๆระหว่างเสิรฟด้วย
ขนมอร่อยมั้ย เราเป็นคนไม่ชอบทานหวานเท่าไหร่ บราวนี่เป็นชิ้นแรกที่หยิบ
เข้มมาก ช็อคโกแลตแน่นสุดๆ อร่อยแบบเข้มๆ
มาการองหวานๆเย็นๆ ขนมสำลีธรรมดาๆไม่ค่อยมีรสเกาลัด
ป๊อกกี้กรุบๆ อร่อยดีค่ะ แต่จิ้มมาในน้ำตาลเลยหวานไปหน่อย
สรุปว่าจานนี้ สนุกๆ ค่ะ
.
มาที่ขนมจานที่สอง “Most Favoraite” ของเราเลยค่ะ!
“ขนมดอกมะลิ” 220 บาท
จานนี้ Fail ที่ไอศครีมค่ะ เสริฟมาได้ ละลายหมดแล้ว เซ็ง…
แต่พอตักเข้าปาก เห้ย…ไอติมกลิ่นมะลิ อะเมซซิ่งอร่อยโฮก หอมมาก
เราเป็นคนชอบกลิ่นมะลิ ดูมันไทยๆ อ่อนโยนดีค่ะ
ส่วน Panna Cotta กลิ่นมะลิ ก็เนื้อเนียน นุ่มลิ้น อร่อยสุดยอดจริงๆ
จานนี้พลาดไม่ได้ เจ๋งมาก อร่อยมาก ณ ตอนนี้ขอยกให้เป็นขนมที่เราชอบสุดก็ว่าได้
.
.
ตามติดที่อีกจาน “เค้กข้าวกระยาคู” 230 บาท
จานนี้เราผ่าน เพราะเราไม่ทานใบเตยค่ะ
จานนี้ก็คือ Teramisu ใบเตยค่ะ เนื้อแน่นๆ เนียน แต่รสชาติไม่ถูกปากบ้านเรา
ทานไม่หมด เลี่ยนเสียก่อน….
.
.
ปิดมื้อนี้ก็มาลุ้นกับบิลค่าอาหาร เราเดาไว้ในใจน่าจะประมาณ 5,000 ได้ล่ะ
แต่ผลที่ออกมาคือ…
4,390 บาท อืม…เป็นการทานอาหารไทยที่แพงที่สุดเท่าที่ทานมา แต่ถ้าคิดเฉลี่ยต่อหัวแล้ว
ก็ยังถือว่าถูกกว่าโอเร็ลเต็น ก็โอเคแหละ ทุกคนตื่นเต้นกับการที่จะได้ชิมสูตรอาหารจาก
เชฟชื่อดังอย่างเชฟเอียน ก็ถือเป็นการชิมตามรอยเชฟคนโปรดอีกหนึ่งร้านค่ะ
Kirari’s Score
ความอร่อย 8/10
การตกแต่งอาหาร 10/10
บรรยากาศ 10/10
การบริการ 8/10
ความสะอาด 7/10
คุ้มค่าราคา 7/10
Overall 7/10
.
.
การบริการที่นี่ พนักงานทำหน้าที่ได้ดีมากค่ะ แต่…ทั้งร้านมีพนักงานเสริฟ 2 คน วิ่งเข้าออก
น่าสงสารเหมือนกัน ไม่ได้พักเลย ทำให้บริการไม่ทั่วถึง ใครไปก็ต้องใจเย็นๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ด้านความสะอาด…ตะแกรงเป็นสนิม ช้อนส้อมเจอคู่ที่ไม่สะอาดพอดี
แต่โดยรวมก็ยังถือว่าเป็นร้านที่โอเค เหมาะกับการทานอาหารไทยรสชาติเก๋ๆ
การจัดวางอย่างประณีตลงตัว การเสริฟที่มีเอกลักษณ์ทำให้รู้สึกสนุกและอยากทานเพิ่มขึ้น
ถือว่าเป็นอีกร้านที่แนะนำเพื่อนชาวต่างชาติได้ไม่อายใครค่ะ เป็นร้านอาหารไทย
ที่มีเอกลักษณ์ดีจริงๆ
.
.
Information
ISSAYA Siamese Club































Leave a Reply